1 00:00:17,059 --> 00:00:19,311 ผมว่าได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศ 2 00:00:19,394 --> 00:00:21,021 มารับชมความบันเทิงกันหน่อย 3 00:00:21,104 --> 00:00:25,317 ไม่ใช่เพราะอยากหนีความจริงนะครับ แต่เพื่อยืนยันความดีงามของมนุษย์ 4 00:00:25,400 --> 00:00:30,364 และแทบไม่มีศิลปินคนใดช่วยยืนยันเรื่องนั้นได้ 5 00:00:30,447 --> 00:00:33,992 ทางโลกดนตรี มากไปกว่าเพื่อนรักผม ซึ่งผมเชิญมาที่นี่ 6 00:00:34,910 --> 00:00:39,623 เนื่องจากดนตรีมีมนตร์ขลัง ช่วยบรรเทาจิตวิญญาณคลุ้มคลั่ง 7 00:00:39,706 --> 00:00:41,500 (ออร์สัน เวลส์ พิธีกรรับเชิญของเดวิด ฟรอสต์) 8 00:00:41,583 --> 00:00:43,168 และเพราะว่าเขา 9 00:00:43,836 --> 00:00:46,964 เป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย 10 00:00:48,549 --> 00:00:50,509 ต่อวงการดนตรีอเมริกา 11 00:00:50,592 --> 00:00:53,512 และยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ต่อวงการดนตรีแจ๊ส 12 00:00:54,263 --> 00:00:57,850 ผมมีความยินดี ขอเชิญทุกท่านพบกับเพื่อนผู้ยิ่งใหญ่ 13 00:00:58,684 --> 00:00:59,726 หลุยส์ อาร์มสตรอง 14 00:01:43,562 --> 00:01:45,731 ทั้งโลกต้อนรับหลุยส์ อาร์มสตรอง 15 00:01:45,814 --> 00:01:46,982 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 16 00:01:47,065 --> 00:01:49,860 เขามอบของขวัญล้ำค่าในการอยู่กับปัจจุบัน 17 00:01:49,943 --> 00:01:52,446 พรสวรรค์อันเป็นธรรมชาติ รวมทั้งแง่มุมลึกซึ้ง 18 00:01:52,529 --> 00:01:55,407 และความสามารถ ในการถ่ายทอดอย่างเต็มที่ขณะแสดง 19 00:01:55,490 --> 00:01:57,701 ผ่านสื่อที่ยากมาก เช่นดนตรี 20 00:01:57,784 --> 00:02:02,831 ทักษะยอดเยี่ยมจับจิตแบบนั้น ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนและไม่มีอีกเลยนับแต่นั้น 21 00:02:12,090 --> 00:02:12,925 (รีล 10) 22 00:02:13,008 --> 00:02:14,009 ถ้าไม่มีเขา 23 00:02:14,092 --> 00:02:16,428 หลายอย่างในวงการแจ๊สทุกวันนี้ คงไม่มีทางเกิดขึ้น 24 00:02:16,512 --> 00:02:17,596 (อาร์ชี่ เชปป์ - นักดนตรีแจ๊สแซกโซโฟน) 25 00:02:17,679 --> 00:02:20,224 ผมว่าคุณอาร์มสตรองไม่ได้รับการยกย่อง 26 00:02:20,307 --> 00:02:21,725 มากเท่าที่ควรจะได้รับ 27 00:02:32,653 --> 00:02:36,281 เขาเป็นอันดับหนึ่งของวงการ 28 00:02:36,365 --> 00:02:37,783 (เคานท์ เบซี่ นักเปียโนแจ๊สและหัวหน้าวง) 29 00:02:37,866 --> 00:02:39,993 เขาเป็นทูตตัวจริงของวงการนี้ 30 00:02:40,077 --> 00:02:41,995 และไม่มีใครเหมือนเขาได้อีก 31 00:03:42,014 --> 00:03:44,600 เขาเป็นคนช่างคิดลึกซึ้งมาก 32 00:03:44,683 --> 00:03:45,684 (ลูซิลล์ อาร์มสตรอง - ภรรยา) 33 00:03:45,767 --> 00:03:48,395 เขาติดตามสถานการณ์ทั่วโลก 34 00:03:48,478 --> 00:03:49,855 รับรู้ว่าที่ไหนเกิดอะไรขึ้นบ้าง 35 00:03:49,938 --> 00:03:52,649 เราจะคุยกันในบ้าน 36 00:03:52,733 --> 00:03:55,360 นักข่าวหลายคนเคยถามเขา เวลามาสัมภาษณ์ 37 00:03:55,444 --> 00:03:58,071 ขอให้เขาออกความเห็นกับบางเรื่อง 38 00:03:58,155 --> 00:04:01,033 หลุยส์จะตอบว่า "แหมคุณ ผมเป็นแค่นักดนตรี" 39 00:04:01,116 --> 00:04:02,910 เขาไม่เคยแสดงความคิดเห็นโจ่งแจ้ง 40 00:04:02,993 --> 00:04:08,707 เพราะเขามองว่า "คำพูดของเรามีอิทธิพลมาก" 41 00:04:08,790 --> 00:04:12,419 เขาจึงตอบว่า "ผมไม่พูดดีกว่า" แต่เวลาอยู่บ้าน เขามีความเห็นเยอะเลย 42 00:04:30,395 --> 00:04:34,233 อเมริกันชน เป็นชนชาติที่โอ่อ่าที่สุดในโลก 43 00:04:34,316 --> 00:04:37,319 ผมเกิดที่อเมริกา ก็เป็นธรรมดานะ 44 00:04:37,402 --> 00:04:39,363 ผมไม่มีธงชาติอะไรกับเขาหรอก 45 00:04:39,446 --> 00:04:41,240 นอกจากธงชาติคนดำ 46 00:04:55,671 --> 00:04:56,922 ขอบคุณครับทุกท่าน 47 00:05:02,261 --> 00:05:03,846 ขอบคุณ 48 00:05:03,929 --> 00:05:07,349 ตายเสียได้ข้าจะสะใจ ไอ้ชั่วช้า 49 00:05:07,432 --> 00:05:08,934 ("แรพโซดี้อินแบล็คแอนด์บลู" ปี 1932) 50 00:05:09,017 --> 00:05:11,562 ถ้าตายเสียได้ข้าจะสะใจ ไอ้ชั่วช้า 51 00:05:12,229 --> 00:05:14,606 ลงไปนอนในหลุมเมื่อไร 52 00:05:14,690 --> 00:05:16,733 ไม่มีไก่ทอดให้แทะ 53 00:05:17,734 --> 00:05:18,735 โอยไอ้หมา 54 00:05:18,819 --> 00:05:20,529 ประเดี๋ยวจะอกหักดังเป๊าะ 55 00:05:21,363 --> 00:05:23,991 พ่อผมชอบพูดว่า "แกต้องหัดฟังเพลงป๋า" 56 00:05:24,074 --> 00:05:25,576 ผมจะตอบว่า "ไม่เอา ไม่อยากฟังป๋า" 57 00:05:25,659 --> 00:05:27,786 ที่นิวออร์ลีนส์ก็เหมือนกัน มีพวกคนดำชอบประจบคนขาว 58 00:05:27,870 --> 00:05:29,288 แบบที่เรียกว่า "ทำตัวเป็นลุงทอม" 59 00:05:29,371 --> 00:05:30,998 เล่นเพลงดิ๊กซี่ของพวกแบ่งแยกดินแดนทางใต้ 60 00:05:31,081 --> 00:05:33,834 สมัยเด็กๆ ผมเกลียดมันเข้ากระดูกดำ 61 00:05:34,543 --> 00:05:37,004 แต่สมัยนั้น ผมไม่มีวิธีแสดงออก 62 00:05:37,087 --> 00:05:40,674 ถึงความโกรธหรือเกลียดที่ผมมี ต่อพฤติกรรมประเภทนั้น 63 00:05:41,175 --> 00:05:43,302 ผมเลยชื่นชมอาร์มสตรองไม่ลง 64 00:05:43,802 --> 00:05:46,805 แต่พอเราออกจากนิวออร์ลีนส์ ตอนนั้นผมย้ายไปนิวยอร์ก 65 00:05:46,889 --> 00:05:48,265 พ่อส่งเทปมาให้ 66 00:05:48,348 --> 00:05:50,851 พ่อทักว่า "เฮ้ย ไม่หัดเพลงป๋าสักเพลงล่ะ" 67 00:06:05,991 --> 00:06:08,285 ผมเลยเปิดฟังแล้วก็เริ่มหัดเล่น 68 00:06:08,368 --> 00:06:10,537 โอ้โฮ ผมเล่นโซโล่เพลงนี้ไม่ได้เลย 69 00:06:11,038 --> 00:06:13,332 แค่ความอึดของหลุยส์ อาร์มสตรอง 70 00:06:13,415 --> 00:06:15,709 เขาไม่หยุดพักเลย เป่าขึ้นถึงโน้ตตัวทีสูงทุกครั้ง 71 00:06:15,792 --> 00:06:18,545 พอถึงคอรัสท่อนสุดท้าย ผมก็โทรหาพ่อ 72 00:06:18,629 --> 00:06:21,757 ผมบอก "โห ก่อนหน้านี้ผมไม่เข้าใจป๋า" 73 00:06:21,840 --> 00:06:23,842 พ่อแค่หัวเราะแล้วบอกว่า "ก็ใช่น่ะสิ" 74 00:06:26,887 --> 00:06:30,432 (ควีนส์ นิวยอร์ก) 75 00:06:35,646 --> 00:06:38,607 (เธอร์ตี้โฟร์ ฟิฟตี้ซิกซ์) 76 00:06:43,946 --> 00:06:46,240 หลุยส์รักบ้านในย่านควีนส์ 77 00:06:46,323 --> 00:06:47,491 (แดน มอร์เกนสเติร์น นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 78 00:06:47,574 --> 00:06:49,868 หลายคนบอกว่าพื้นที่คับแคบไปหน่อย 79 00:06:51,161 --> 00:06:53,080 แต่เขาไม่อยากย้ายไปที่อื่น 80 00:06:54,748 --> 00:06:58,669 เมื่อการบันทึกเทปเริ่มเป็นที่นิยม หลุยส์ติดอกติดใจมาก 81 00:06:58,752 --> 00:07:02,256 เขาบันทึกบทสนทนาเกือบทุกครั้ง 82 00:07:02,339 --> 00:07:05,133 เพื่อนๆ แวะมาที่บ้าน เขาก็อัดเก็บไว้ 83 00:07:05,801 --> 00:07:06,844 (สตีฟ อัลเลน - ผู้ประกาศวิทยุ) 84 00:07:06,927 --> 00:07:10,848 หลุยส์เป็นคนประเภทที่ผมเรียกว่า มีคุณสมบัติเป็นนักเก็บบันทึก 85 00:07:10,931 --> 00:07:13,058 ชอบเก็บเทปรีลกับ… ของพรรค์นั้น 86 00:07:13,141 --> 00:07:13,976 (ลูซิลล์ อาร์มสตรอง - ภรรยา) 87 00:07:14,059 --> 00:07:16,061 เขามีห้องทำงานส่วนตัว ห้ามใครเข้า 88 00:07:16,144 --> 00:07:18,856 ห้องส่วนตัวที่เขาจะปิดประตู และห้ามใครรบกวน 89 00:07:18,939 --> 00:07:21,191 เขาเก็บเทปรีลกับสมบัติทุกชิ้นในห้องนั้น 90 00:07:21,692 --> 00:07:25,195 ผมได้ฟังหลายต่อหลายม้วนที่มีแต่เสียงป๋าพูด 91 00:07:25,279 --> 00:07:26,697 เก็บบันทึกเรื่องราวชีวิตประจำวัน 92 00:07:27,239 --> 00:07:28,699 มันเผยความเป็นมนุษย์ของเขา 93 00:07:30,826 --> 00:07:32,077 (เทปเสียงของหลุยส์ อาร์มสตรอง) 94 00:07:32,160 --> 00:07:35,831 ผมมีเทปเรียงเต็มผนังห้องเก็บสมบัติส่วนตัว 95 00:07:36,415 --> 00:07:40,002 ตลอด 40 ปี ลูซิลล์จะวางเครื่องเล่นทันเบิร์ก 96 00:07:40,085 --> 00:07:42,754 พร้อมเทปสองม้วนไว้ด้วยกัน 97 00:07:42,838 --> 00:07:46,633 ผมประหลาดใจจริงๆ นะ เพราะเราไม่มีปัญญาทำห้องเก็บสมบัติ 98 00:07:46,717 --> 00:07:48,093 สมัยที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ 99 00:07:48,177 --> 00:07:50,179 ไม่มีหรอก เรานอนในห้องนั้นแหละ 100 00:07:51,680 --> 00:07:53,473 - ตอนนี้มีแล้ว - มีห้องเก็บสมบัติแล้วโว้ย 101 00:07:53,557 --> 00:07:57,811 เทปเรียงเต็มผนังทุกด้าน อยากฟังม้วนไหนก็เลือกได้ 102 00:07:58,770 --> 00:08:01,523 เขาเป็นคนไม่อยู่นิ่ง คอยจัดการทุกอย่างเวลาอยู่บ้าน 103 00:08:01,607 --> 00:08:03,275 เป็นวิธีผ่อนคลายของเขาค่ะ 104 00:08:04,067 --> 00:08:08,572 เขาจะนั่งในห้องทำงานเป็นชั่วโมงๆ 105 00:08:08,655 --> 00:08:09,948 ทำดัชนีจัดเก็บม้วนเทป 106 00:08:10,032 --> 00:08:13,243 งานอดิเรกของเขาคือตัดรูป 107 00:08:13,327 --> 00:08:17,789 เอามาแปะตามฝาบ้าน ทั่วผนังห้องเก็บสมบัติ 108 00:08:17,873 --> 00:08:19,291 (เฟรด แวร์ - พ่อบ้านอาร์มสตรอง) 109 00:08:19,374 --> 00:08:21,251 ฉันมีสมุดภาพหลายเล่มที่หลุยส์ตัดแปะ 110 00:08:21,335 --> 00:08:24,087 ทำไว้ตั้งแต่เขาเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรก ที่โรงละครพัลลาเดียม ปี 1932 111 00:08:24,171 --> 00:08:28,509 รูปกับกรอบข่าวส่วนใหญ่เหลืองหมดแล้ว 112 00:08:29,051 --> 00:08:30,594 คนชอบถามกันอยู่เรื่อย 113 00:08:30,677 --> 00:08:32,179 "เขาอัดเทปพวกนี้ไว้ทำไม" 114 00:08:32,261 --> 00:08:33,388 (ริคกี้ ริคคาร์ดิ - นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 115 00:08:33,472 --> 00:08:35,307 "เขาจดบันทึกความคิดตัวเองไว้ทำไม" 116 00:08:35,390 --> 00:08:36,725 คำถามอะไรประมาณนั้น 117 00:08:36,808 --> 00:08:39,852 เขารู้ว่าสักวันหนึ่งคนจะเขียนถึงเขา ในตำราเรียนประวัติศาสตร์ 118 00:08:39,937 --> 00:08:43,774 เขาอยากให้เรื่องราวชีวิตทุกด้าน ทั้งดีและร้าย ทั้งที่ไม่สวยงาม 119 00:08:43,857 --> 00:08:47,569 ผ่านการเก็บรักษาด้วยมือของเขาเอง 120 00:08:47,653 --> 00:08:48,862 ไม่ใช่ใครคนอื่น 121 00:08:48,946 --> 00:08:50,113 (เทปบันทึกส่วนตัวของอาร์มสตรอง) 122 00:08:50,197 --> 00:08:51,949 (กาแล็กซี่ เทปแม่เหล็กบันทึกเสียง) 123 00:08:54,993 --> 00:08:57,996 สวัสดีทุกท่าน นี่หลุยส์ ซาชโม อาร์มสตรอง เจ้าเก่า 124 00:08:58,080 --> 00:09:00,123 ผมเพิ่งเล่นคอนเสิร์ตที่นี่จบไป 125 00:09:00,624 --> 00:09:02,668 รู้สึกดีนะ เพราะเพิ่งกินมื้อค่ำอร่อยๆ 126 00:09:06,296 --> 00:09:09,675 ดีใจที่เห็นพวกคุณมา และชอบการแสดง 127 00:09:09,758 --> 00:09:12,970 เราเล่นทุกคืนในเมืองรอบๆ แถวนี้ 128 00:09:13,053 --> 00:09:15,305 ไว้ว่ากันใหม่ สวัสดี 129 00:09:37,160 --> 00:09:38,328 (เอดเวิร์ด อาร์. เมอร์โรว์ นักข่าว พิธีกรรายการโทรทัศน์) 130 00:09:38,412 --> 00:09:41,123 หลุยส์ อาร์มสตรอง เป็นผู้นำของโลกดนตรีแจ๊ส 131 00:09:41,206 --> 00:09:42,541 เขากับทรัมเป็ตอยู่บนยอดดอย 132 00:09:42,624 --> 00:09:44,751 คอนเสิร์ตทัวร์ยุโรปทำลายทุกสถิติ 133 00:09:44,835 --> 00:09:48,755 ซาชโมเป็นของส่งออกที่มีค่าสูงสุด ชนิดหนึ่งของเรา 134 00:09:48,839 --> 00:09:51,967 แผ่นเสียงของเขาขายดีทั้งฝั่งโลกเสรี และหลังม่านเหล็ก 135 00:09:57,806 --> 00:09:59,057 (ทีมเบสบอล "9" ทีมลับของอาร์มสตรอง) 136 00:10:02,186 --> 00:10:05,272 ซาชโม คุณดึงดูดผู้ฟังได้เสมอเลยนะ 137 00:10:05,355 --> 00:10:08,609 ใช่ แปลว่ามีผู้คนมากหน้าหลายตาไงล่ะ 138 00:10:10,027 --> 00:10:12,070 (ขอต้อนรับนะหลุยส์!) 139 00:10:16,658 --> 00:10:18,660 เขาทำลายม่านวัฒนธรรมทั้งหลาย 140 00:10:18,744 --> 00:10:20,245 (แดน มอร์เกนสเติร์น นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 141 00:10:20,329 --> 00:10:22,998 เขาเป็นนักดนตรีผิวดำคนแรกที่เล่นเปิดในคลับ 142 00:10:23,081 --> 00:10:25,417 ในห้องลีลาศ ในสถานีวิทยุ 143 00:10:26,001 --> 00:10:31,673 เขาเป็นนักแสดงภาพยนตร์ผิวดำคนแรก ที่ชื่ออยู่สูงกว่าชื่อเรื่อง 144 00:10:31,757 --> 00:10:33,008 ("เมื่อหนุ่มสาวมาพบกัน") 145 00:10:34,426 --> 00:10:35,844 (ฮัลโหล ดอลลี่! หลุยส์ อาร์มสตรอง แคปป์เรคคอร์ดส์) 146 00:10:36,929 --> 00:10:38,388 (ทูตซาช) 147 00:10:49,775 --> 00:10:51,193 ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยรึ 148 00:10:51,944 --> 00:10:55,239 แหมคุณ ผมก็ไม่ใช่หนุ่มๆ แล้ว 149 00:10:55,322 --> 00:10:56,490 (เอดเวิร์ด อาร์. เมอร์โรว์ นักข่าวและพิธีกรโทรทัศน์) 150 00:10:56,573 --> 00:10:58,450 - คืนนี้เอาเรื่องเลยนะ - ใช่ 151 00:10:58,534 --> 00:11:02,037 เราเล่นเหมือนที่เคยเล่น ตามงานเลี้ยงในนิวออร์ลีนส์ 152 00:11:02,829 --> 00:11:04,414 ดนตรีก็เหมือนเดิม 153 00:11:04,498 --> 00:11:06,250 มันเป็นสากลน่ะคุณ 154 00:11:09,002 --> 00:11:15,008 ใช่ ลงใต้ไปถึงนิวออร์ลีนส์ 155 00:11:15,843 --> 00:11:19,555 โธ่ น่าจะเป็นตัวตั้งตัวตี 156 00:11:19,638 --> 00:11:21,348 "แค่ทักทาย 'สวัสดีทุกท่าน' 157 00:11:21,431 --> 00:11:23,642 ออกไมโครโฟน ฟังดูเรียบง่าย ไม่มีพิษภัยใช่ไหม" 158 00:11:23,725 --> 00:11:25,853 (เรียงความโดยหลุยส์ อาร์มสตรอง ปี 1961 อ่านโดยนาส ศิลปิน) 159 00:11:25,936 --> 00:11:27,604 "แต่ผมจำได้ว่ามันไม่ง่ายเลย 160 00:11:27,688 --> 00:11:31,775 ย้อนไปเมื่อปี 1931 ผมได้รับเชิญไปเล่นที่บ้านเกิด 161 00:11:31,859 --> 00:11:36,822 นิวออร์ลีนส์ ในไนท์คลับหรู ชื่อ ซับเบอร์บันการ์เด้นส์" 162 00:11:36,905 --> 00:11:37,990 (ราชาทรัมเป็ต) 163 00:11:38,073 --> 00:11:40,450 (ซับเบอร์บันการ์เด้นส์ - นิวออร์ลีนส์ ไนท์คลับยอดนิยม) 164 00:11:40,534 --> 00:11:43,203 (ทางเข้าสำหรับคนผิวสี) 165 00:11:43,287 --> 00:11:45,038 ถ้าอยู่นิวออร์ลีนส์ไปนานๆ 166 00:11:45,122 --> 00:11:46,874 หรืออยู่ทางใต้ มองหาป้าย 167 00:11:46,957 --> 00:11:48,125 (แดนนี่ บาร์เคอร์ - นักกีตาร์) 168 00:11:48,208 --> 00:11:51,044 เราเห็นป้ายเขียนว่า "สุขาชายผิวขาว" 169 00:11:51,128 --> 00:11:53,005 มันหยามน้ำหน้ากันทุกครั้ง 170 00:11:53,088 --> 00:11:56,133 เหมือนจู่ๆ ก็เจอปาใส่หน้าตลอดเวลา 171 00:11:57,801 --> 00:12:00,095 ทางเดียวที่หลุยส์จะยอมไปนิวออร์ลีนส์ 172 00:12:00,179 --> 00:12:01,889 คือต้องให้นั่งรถไฟส่วนตัว 173 00:12:01,972 --> 00:12:03,307 (จอร์จ เจมส์ - นักดนตรีแจ๊สแซกโซโฟน) 174 00:12:03,390 --> 00:12:08,187 แปลว่าเราได้นั่งตู้รถส่วนตัว มีคนทำอาหารให้ 175 00:12:08,270 --> 00:12:10,689 มีเชฟ มีเด็กยกกระเป๋า อะไรแบบนั้น 176 00:12:10,772 --> 00:12:13,066 ในเมืองนิวออร์ลีนส์ ก็ไม่น่าแปลกใจนะ 177 00:12:13,150 --> 00:12:15,277 เราเป็นวงดนตรีวงแรกที่ออกสถานีวิทยุ 178 00:12:15,777 --> 00:12:17,362 ไฟช์มันน์ยีสต์ ขอเสนอ 179 00:12:17,446 --> 00:12:19,156 ครึ่งชั่วโมงแห่งความรื่นรมย์สุดหรรษา 180 00:12:19,239 --> 00:12:21,658 กับเพลงของหลุยส์ อาร์มสตรอง และวงออร์เคสตร้าของเขา 181 00:12:21,742 --> 00:12:24,453 ไม่เคยมีเพลงคนดำเล่นตามช่องวิทยุมาก่อน 182 00:12:24,536 --> 00:12:26,538 ในสมัยนั้น เพิ่งเริ่มต้น 183 00:12:26,622 --> 00:12:29,499 คืนเปิดการแสดงของเรา มีแต่พวกหนุ่มๆ คนขาว 184 00:12:29,583 --> 00:12:31,043 พวกที่โตมากับผมนั่นแหละ 185 00:12:31,126 --> 00:12:33,587 นั่งฟังทำเท่กันใหญ่ 186 00:12:33,670 --> 00:12:36,089 พวกนั้นรวย พ่อคงทิ้งสมบัติไว้ให้ 187 00:12:36,173 --> 00:12:38,926 มีเทือกสวนไร่นาต่างๆ 188 00:12:39,009 --> 00:12:40,719 สมัยเด็กๆ เราก็ชอบไปเล่นกัน 189 00:12:40,802 --> 00:12:41,803 (ดิ๊ก คาเวตต์ โชว์) 190 00:12:41,887 --> 00:12:45,140 หลังเลิกเรียน เราจะชวนกันออกไปเล่น เป็นคาวบอยกับคนพื้นเมือง 191 00:12:45,224 --> 00:12:47,309 ใช้แผ่นหินแตกๆ กับอะไรเทือกนั้น 192 00:12:47,392 --> 00:12:48,769 เข้าใจเนอะ 193 00:12:48,852 --> 00:12:50,395 เราเล่นเป็นอินเดียนแดง แน่ละ 194 00:12:52,314 --> 00:12:55,442 สมัยนั้น คนต่างสีผิวเชื้อชาติ ห้ามอยู่รวมกันเด็ดขาด 195 00:12:55,526 --> 00:12:57,528 ทางเดียวที่คนแบบเราจะได้ฟังดนตรีสด 196 00:12:58,195 --> 00:13:00,989 เราต้องออกมานั่งเกาะตามเขื่อนกับคันดิน 197 00:13:01,073 --> 00:13:03,325 ฟังเพลงจากที่ไกลลิบ 198 00:13:11,834 --> 00:13:15,254 เคยมีคนดำตั้งห้าหมื่น นั่งบนเขื่อนฟังผมร้องเพลง 199 00:13:15,337 --> 00:13:17,673 ผมจากไปนาน ราวๆ เก้าถึงสิบปี 200 00:13:17,756 --> 00:13:19,675 ผมอยู่ทางเหนือจนชิน 201 00:13:19,758 --> 00:13:22,803 ผมลืมรากเหง้า… ผมลืมเรื่องโง่เง่าทางใต้ไปน่ะ 202 00:13:22,886 --> 00:13:26,515 คืนเปิดการแสดง ผมนี่เสน่ห์จัด 203 00:13:26,598 --> 00:13:29,643 คนก็มากันแน่นเอี๊ยด 204 00:13:29,726 --> 00:13:35,274 แต่คืนนั้น เขาพาหนุ่มคนหนึ่งมา ทำเป็นเรื่องใหญ่โต 205 00:13:35,357 --> 00:13:37,276 ให้เป็นคนแนะนำหลุยส์ อาร์มสตรอง 206 00:13:37,359 --> 00:13:40,195 เขาเป็นหนุ่มนิวออร์ลีนส์ โน่นนั่นนี่ 207 00:13:40,988 --> 00:13:44,825 แต่พริบตาเดียวก่อนผมจะต้องขึ้นไปจับไมค์ 208 00:13:44,908 --> 00:13:47,536 ก่อนโชว์ตัว เขาเดินหนีไปเลย 209 00:13:47,619 --> 00:13:52,666 บอกว่า "ฉันแนะนำไอ้ดำนี่ไม่ได้ ทำไม่ลง" 210 00:13:52,749 --> 00:13:56,378 คนมาบอกผม ผมตอบว่า "เออ ช่างมันเถอะ" 211 00:13:56,461 --> 00:13:58,714 แค่นั้นแหละ ผมบอก "เอาโพยมาเลย" 212 00:13:58,797 --> 00:14:01,300 ผมเดินไปที่ไมค์ พอเริ่มร้อง… 213 00:14:02,885 --> 00:14:05,929 จันทร์กระจ่างฟ้า 214 00:14:06,013 --> 00:14:09,349 โอ้โฮ นึกว่ากำแพงถล่มลงมา 215 00:14:09,433 --> 00:14:14,771 ยามนี้จันทร์กระจ่างฟ้า 216 00:14:15,606 --> 00:14:18,525 เหนือทุ่งหญ้าไกล 217 00:14:20,611 --> 00:14:26,200 ผู้คนเอนกายหวิวไหว 218 00:14:27,659 --> 00:14:30,704 อย่าได้บอกกันเลย 219 00:14:31,330 --> 00:14:34,750 เพราะฉันรู้แก่ใจ 220 00:14:35,959 --> 00:14:40,214 ถึงคราภาคใต้หลับใหลเมื่อใด 221 00:14:40,297 --> 00:14:42,716 พิธีกรนั่นก็ยืนหัวโด่ 222 00:14:42,799 --> 00:14:45,344 เขาบอก "ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเป็นไปได้ ทางใต้ ในนิวออร์ลีนส์นี่ 223 00:14:45,427 --> 00:14:46,803 ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" 224 00:14:46,887 --> 00:14:49,640 เขาเลยโดนไล่ออก แล้วผมก็ดูแลตัวเอง 225 00:14:57,022 --> 00:15:03,737 สายัณห์สวัสดิ์ ทุกท่าน 226 00:15:09,826 --> 00:15:10,827 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 227 00:15:10,911 --> 00:15:12,788 มันน่าโมโหเป็นพิเศษ เวลาเขากลับมาบ้าน 228 00:15:12,871 --> 00:15:15,791 หลังจากได้รับการยกย่องยิ่งใหญ่ไปทั่วโลก 229 00:15:15,874 --> 00:15:18,001 แล้วกลับมาเจอการเหยียดชาติพันธุ์เดิมๆ 230 00:15:18,085 --> 00:15:21,547 ประเทศชาติทำร้ายความรู้สึกเขาไม่หยุดหย่อน 231 00:15:21,630 --> 00:15:24,132 กับความอยุติธรรมที่เขาพบเจอตั้งแต่เป็นเด็ก 232 00:15:25,676 --> 00:15:27,928 วัยเด็กของป๋าลำบากมาก 233 00:15:28,011 --> 00:15:29,388 ป๋าครับ ว่ากันว่า 234 00:15:29,471 --> 00:15:32,015 ป๋าโตมากับความยากจนข้นแค้น 235 00:15:32,099 --> 00:15:33,767 ตอนเด็กๆ ไม่มีกระทั่งเงินติดกระเป๋า 236 00:15:33,851 --> 00:15:37,396 เรามีเงินตลอด ผมก็ทำโน่นนี่ ขายหนังสือพิมพ์บ้าง 237 00:15:37,479 --> 00:15:39,523 หาทางเอาตัวรอดไปได้ตลอด 238 00:15:39,606 --> 00:15:42,401 ตั้งวงสี่ชิ้นกับกีตาร์เล็กๆ ตัวหนึ่ง นั่งร้องรำทำเพลงกันไป 239 00:15:42,484 --> 00:15:44,361 ผมมีเงินติดกระเป๋าเสมอ 240 00:15:44,444 --> 00:15:48,115 ในปี 1915 แค่มีเงินห้าดอลลาร์ นั่นก็นับว่ามากโข 241 00:15:48,615 --> 00:15:51,285 เกิดมาผมไม่เคยต้องขอใครกิน 242 00:15:51,785 --> 00:15:54,079 เป็นเด็กที่มุ่งมั่นตั้งใจมาแต่ไหนแต่ไร 243 00:15:54,162 --> 00:15:55,372 (นิวออร์ลีนส์ - ถนนรอยัล) 244 00:15:55,455 --> 00:15:57,165 (ร้านอุปกรณ์ศิลปะมาร์กซ์) 245 00:15:57,249 --> 00:15:59,877 ผมเกิดในตรอกเจมส์แอลลีย์ เขาเรียกกันว่างั้น 246 00:15:59,960 --> 00:16:04,506 ตรอกอยู่ท้ายเมืองโน่น มีความเป็นนิวออร์ลีนส์แท้ๆ 247 00:16:07,050 --> 00:16:08,927 เรามีภาพถ่ายคุณแม่ที่ผมอยากให้ดู 248 00:16:09,011 --> 00:16:10,012 (รายการไมค์ ดักลาส โชว์) 249 00:16:10,095 --> 00:16:13,015 - นั่นแม่ผม เมย์แอน - คุณแม่อบรมคุณยังไง 250 00:16:13,098 --> 00:16:15,142 คุณแม่ทำอย่างไร เวลาคุณทำผิด 251 00:16:15,225 --> 00:16:17,060 แม่ก็ไล่ฟาดเราทั้งคู่เลยน่ะสิ 252 00:16:18,228 --> 00:16:20,230 โอ๊ยคุณ แม่ฟาดหนักอย่างกับแรงผู้ชาย 253 00:16:20,314 --> 00:16:22,691 จากนั้นแม่ก็แต่งงานกับวิลลี่ อาร์มสตรอง 254 00:16:23,442 --> 00:16:27,446 ผมแค่พูดตามที่เขาบอกนะ 255 00:16:27,988 --> 00:16:30,532 เพราะเท่าที่จำได้ เขากับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 256 00:16:31,033 --> 00:16:33,911 เราไม่มีเงินมากมายอะไร 257 00:16:33,994 --> 00:16:36,955 แต่พออยู่ได้ มีอาหารดีๆ กินและ… 258 00:16:37,039 --> 00:16:38,540 - คุณมีวัยเด็กที่ดีไหม - ดี 259 00:16:38,624 --> 00:16:41,752 แม่ใช้เงินแค่ 15 เซ็นต์ไปจ่ายตลาดปอยดราส์ 260 00:16:41,835 --> 00:16:43,837 กลับมาทำอาหารได้ทั้งมื้อ 261 00:16:43,921 --> 00:16:46,256 อร่อยจนต้องเลียนิ้ว ขนาดนั้นเลย 262 00:16:46,340 --> 00:16:48,383 - เข้าใจไหม ใช่ครับ - สิบห้าเซ็นต์รึ 263 00:16:48,467 --> 00:16:50,219 สมัยนั้นเราพกหนังสือพิมพ์ 264 00:16:50,302 --> 00:16:51,803 ไปตลาดปลา 265 00:16:51,887 --> 00:16:55,474 ขอซื้อหัวปลา เอากระดาษหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับไปห่อ 266 00:16:56,266 --> 00:16:58,227 มีแต่หัวปลาล้วนๆ ที่เขาหั่นทิ้ง 267 00:16:58,310 --> 00:17:00,646 ส่วนที่เขาไม่ใช้ ส่วนที่เขาโยนทิ้ง 268 00:17:00,729 --> 00:17:03,106 ครับ เขามองว่าเป็นขยะใช่ไหม 269 00:17:03,190 --> 00:17:05,901 แหม เขาไม่มีเวลามาทำอย่างที่เราทำ 270 00:17:05,983 --> 00:17:07,861 - ครับ - แม่ผมจะเอาหัวปลา 271 00:17:07,944 --> 00:17:10,906 ไปต้มใส่มะเขือเทศกระป๋องเยอะๆ 272 00:17:11,490 --> 00:17:14,451 เรียกว่า "กูร์บูยง" เอาไปราดข้าว 273 00:17:14,535 --> 00:17:17,996 โห กลายเป็นอาหารชั้นเลิศ อร่อยเหาะ 274 00:17:19,164 --> 00:17:23,001 เช้าวันถัดมา ผมก็พกแซนด์วิชไส้กะหล่ำไปโรงเรียน 275 00:17:23,085 --> 00:17:25,045 เด็กๆ พากันขอชิมทั้งนั้น 276 00:17:25,796 --> 00:17:27,923 - พูดจริงรึ - จริงที่สุด ใช่ 277 00:17:29,299 --> 00:17:31,009 นิวออร์ลีนส์เป็นศูนย์รวม 278 00:17:31,093 --> 00:17:32,386 (เจลลี่ โรล มอร์ตัน นักเปียโนแจ๊ส นักประพันธ์ดนตรี) 279 00:17:32,469 --> 00:17:33,971 คนที่นั่นเล่นดนตรีทุกประเภท 280 00:17:34,054 --> 00:17:38,183 ทุกคนมีสไตล์ไม่เหมือนกัน มีทุกระดับ 281 00:17:38,267 --> 00:17:40,769 มีคนสเปน คนผิวสี คนขาว 282 00:17:41,478 --> 00:17:44,147 ผมทำงานให้คนยิวตอนเจ็ดขวบ 283 00:17:44,231 --> 00:17:47,359 พวกเขามีลานขยะ 284 00:17:47,442 --> 00:17:49,444 แล้วเราก็เคยแอบไปเขตโคมแดง 285 00:17:49,528 --> 00:17:53,156 เอาถ่านหินไปส่ง ถังละห้าเซ็นต์ 286 00:17:53,949 --> 00:17:57,202 เข็นรถขนถ่านเศร้าๆ ร้องเพลงบลูส์ 287 00:17:57,786 --> 00:18:00,747 แสนรู้สึกสับสนใจ 288 00:18:00,831 --> 00:18:04,293 จวนเจียนจะคลั่งตาย 289 00:18:04,376 --> 00:18:08,714 ชวนให้หวั่นวิตกมิรู้วาย 290 00:18:08,797 --> 00:18:09,798 (ฮัมฟรีย์ ลิทเทิลตัน - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 291 00:18:09,882 --> 00:18:11,842 ศูนย์กลางความบันเทิงในนิวออร์ลีนส์ 292 00:18:11,925 --> 00:18:13,594 อยู่ที่สตอรีวิลล์ เขตโคมแดงสุดอื้อฉาว 293 00:18:13,677 --> 00:18:16,555 "อนุญาตเฉพาะคนดำเท่านั้น ให้ทำงานในเขตโคมแดง" 294 00:18:16,638 --> 00:18:18,473 (จดหมายจากอาร์มสตรอง ปี 1969 นาสเป็นผู้อ่าน) 295 00:18:18,557 --> 00:18:20,058 "คนใช้ส่วนมากเป็นคนดำ 296 00:18:20,142 --> 00:18:23,228 ได้เงินเดือนที่ดีและเป็นงานประจำ 297 00:18:23,312 --> 00:18:26,899 เขาจ่ายเงินดีมาก ไม่ว่าทำอาชีพอะไร" 298 00:18:26,982 --> 00:18:29,234 (จดหมาย "บี" (ผิวสี)) 299 00:18:29,318 --> 00:18:32,404 "ห้ามให้แขกต่างเชื้อชาตินั่งรวมโต๊ะทุกเวลา 300 00:18:32,487 --> 00:18:37,242 ส่วนเรื่องซื้อบริการ ห้ามเด็ดขาด" 301 00:18:37,326 --> 00:18:39,995 ในย่านนั้น เขตโคมแดง 302 00:18:40,078 --> 00:18:41,788 หรือที่เรียกว่า "แหล่งโสเภณี" 303 00:18:41,872 --> 00:18:43,957 ที่นั่นเขาทำงานได้รอบละห้าเหรียญ 304 00:18:44,041 --> 00:18:46,835 แต่พวกโสเภณีแถวบ้านผม 305 00:18:46,919 --> 00:18:49,338 พวกเขาได้แค่ 50 เซ็นต์หรือเหรียญเดียว 306 00:18:50,631 --> 00:18:52,382 ก็นั่นแหละ 307 00:18:52,466 --> 00:18:56,136 พวกหล่อนแทบจะยืนเปลือย ใส่เสื้อตัวเดียว 308 00:18:56,220 --> 00:18:58,931 สมัยนั้นเราเรียกว่า "เท็ดดี้ส์" นะ 309 00:18:59,014 --> 00:19:03,227 ผมเป็นเด็กเอาถ่านไปส่ง โยนใส่เตา 310 00:19:03,727 --> 00:19:07,105 แน่นอนว่าต้องรีบๆ ทำ 311 00:19:07,189 --> 00:19:09,691 ถ้าสาวๆ เห็นเข้า ผมจะโดนตบ 312 00:19:11,318 --> 00:19:12,903 ใช่ ผมทำงานพวกนั้นจริงๆ 313 00:19:13,654 --> 00:19:16,240 แต่ผมก็ได้ฟังเพลงดีๆ ด้วย 314 00:19:16,823 --> 00:19:19,117 (บังค์ จอห์นสัน - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 315 00:19:19,201 --> 00:19:21,161 ที่นั่นทำให้มีโอกาสได้ฟัง บังค์ จอห์นสัน 316 00:19:21,245 --> 00:19:23,997 มานูเอล เปเรซ วงดีๆ ทั้งนั้น 317 00:19:24,081 --> 00:19:25,958 ทุกคนเล่นในย่านโคมแดงเหรอ 318 00:19:26,041 --> 00:19:27,918 ใช่ ทุกหัวมุมตึกมีวงดนตรี 319 00:19:28,001 --> 00:19:29,586 คาบาเรต์ คนเขาเรียกกันงั้น 320 00:19:30,671 --> 00:19:32,005 เราจะเต้นกัน 321 00:19:33,215 --> 00:19:34,967 แล้วก็โบกมือให้ทุกคน 322 00:19:35,050 --> 00:19:37,970 พอพวกเขาเข้าไปข้างใน เราก็ต้องเข้านอน 323 00:19:40,472 --> 00:19:44,977 คืนส่งท้ายปี 1912 หลุยส์กับเพื่อนออกไปเที่ยว 324 00:19:45,060 --> 00:19:47,855 ฉลองเฮฮากันเหมือนคนอื่นๆ 325 00:19:47,938 --> 00:19:50,232 แต่ไม่รู้อย่างไร หลุยส์ไปได้ปืน .38 กระบอกหนึ่ง 326 00:19:50,858 --> 00:19:53,694 ผมเจอปืน ในนั้นมีกระสุนด้วย 327 00:19:53,777 --> 00:19:55,863 แต่เสียงเอะอะแถวนั้นทำให้คนปรบมือชอบใจ 328 00:19:55,946 --> 00:19:57,114 (รายการเดวิด ฟรอสต์ โชว์) 329 00:19:57,197 --> 00:19:59,575 ผมมองซ้ายมองขวา เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังยิงปืน 330 00:19:59,658 --> 00:20:02,494 ปืนลูกโม่กระบอกเล็กๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม 331 00:20:04,371 --> 00:20:06,373 ตอนนั้นผมร้องเพลงอยู่กับวงสี่ชิ้นเล็กๆ 332 00:20:06,456 --> 00:20:08,625 เราเคยเล่นดนตรีเปิดหมวกกันน่ะ 333 00:20:08,709 --> 00:20:11,879 สมัยนั้นคนเรียกผมว่าดิปเปอร์ ดิปเปอร์เมาธ์ ไอ้ปากกว้าง 334 00:20:11,962 --> 00:20:13,213 เพื่อนๆ บอก "เล่นมันเลย ดิปเปอร์" 335 00:20:13,297 --> 00:20:15,799 ผมก็โดดเข้าไปคว้า… 336 00:20:18,427 --> 00:20:19,636 โป้งเดียวไฟวาบ 337 00:20:19,720 --> 00:20:23,140 จนตำรวจเข้ามารัดตัวผม ผมถึงได้ "อุ่ย…" 338 00:20:25,225 --> 00:20:26,977 สมัยนั้น ตำรวจทุบหัวเราก่อน 339 00:20:27,060 --> 00:20:29,897 แล้วค่อยถามชื่อทีหลัง 340 00:20:29,980 --> 00:20:33,192 คุณว่ามันเปลี่ยนไปบ้างไหม 341 00:20:33,734 --> 00:20:36,862 แหม ไม่ได้ลงไปแถวนั้นนานแล้ว สงสัยต้องแวะไปดู 342 00:20:38,530 --> 00:20:39,823 ผมหนีตำรวจคนนั้นไม่รอด 343 00:20:39,907 --> 00:20:41,825 เขาจับผมไปขึ้นศาลเยาวชน 344 00:20:41,909 --> 00:20:45,662 วันต่อมา คนก็พาผมไปบ้านเด็กกำพร้า 345 00:20:45,746 --> 00:20:48,457 เรียกว่า บ้านเด็กกำพร้าชายผิวสี 346 00:20:49,625 --> 00:20:51,877 ครั้งแรกในชีวิตคุณ 347 00:20:51,960 --> 00:20:54,129 ที่ได้ลองเป่าแตรคือตอนไหน 348 00:20:55,005 --> 00:20:58,217 หลังจากอยู่บ้านเด็กกำพร้าแล้ว 349 00:20:58,300 --> 00:21:00,219 ตอนนั้นผมอายุประมาณ 13 350 00:21:00,302 --> 00:21:02,095 (มานูเอล่า โจนส์ ผอ. บ้านเด็กกำพร้าชายผิวสี) 351 00:21:02,179 --> 00:21:04,681 นี่แตรตัวแรกของหลุยส์ อาร์มสตรอง 352 00:21:04,765 --> 00:21:09,895 เราไม่ได้ร่ำรวย แต่ภูมิใจที่ได้สนับสนุนเขา 353 00:21:09,978 --> 00:21:11,104 (หลุยส์เริ่มต้นที่นี่) 354 00:21:11,188 --> 00:21:12,814 แตรวงตัวนั้นดีมาก 355 00:21:12,898 --> 00:21:16,276 ครูเดวิสให้เด็กๆ เล่นดนตรีทุกประเภท 356 00:21:16,360 --> 00:21:18,445 ตอนเขาเข้าบ้านใหม่ๆ 357 00:21:18,529 --> 00:21:20,822 คุณดูออกทันทีเลยไหมว่าเขาอยากเป็นนักดนตรี 358 00:21:20,906 --> 00:21:22,616 - ดูออกสิ ครับ - ดูออกได้อย่างไร 359 00:21:22,699 --> 00:21:25,869 เพราะเขาเคยตั้งวงควอร์เท็ต ร้องเพลง… 360 00:21:25,953 --> 00:21:29,289 เขาไปเต้นกลางถนนคนแรกด้วย เต้นแท็ป 361 00:21:29,373 --> 00:21:32,417 พวกเด็กๆ จะปรบมือร้องเพลง ส่วนเขาร้องเพลงเต้นรำ 362 00:21:32,501 --> 00:21:34,002 พอเราให้เขาเล่นเพลง 363 00:21:34,086 --> 00:21:35,879 "When The Saints Go Marching In" 364 00:21:35,963 --> 00:21:37,339 "Put On Your Old Grey Bonnet" 365 00:21:37,422 --> 00:21:39,091 แล้วมีโน้ตเสียงสูง 366 00:21:39,174 --> 00:21:41,718 - เพราะเป็นโน้ตท้ายสุด - ครับ 367 00:21:41,802 --> 00:21:43,679 ไม่มีเด็กคนไหนเป่าได้ 368 00:21:43,762 --> 00:21:45,347 ผมเองยังทำไม่ได้ 369 00:21:45,430 --> 00:21:48,058 แต่เขาจะเป่าโน้ตโดสูง พ้นบรรทัดห้าเส้น 370 00:21:48,141 --> 00:21:49,852 เพื่อเป็นสัญญาณบอกเราว่าจบท่อน 371 00:21:49,935 --> 00:21:50,936 (ซาชโม) 372 00:21:51,019 --> 00:21:53,021 ผมตั้งใจขยันฝึกทุกวัน 373 00:21:53,105 --> 00:21:54,815 กับบทเรียนที่ครูเดวิสสอน 374 00:21:54,898 --> 00:22:00,487 ผมเป่าแตรคอร์เน็ตเก่งมาก วันหนึ่งครูเดวิสก็บอก 375 00:22:00,571 --> 00:22:03,490 "หลุยส์ ครูจะตั้งแกเป็นหัวหน้าวง" 376 00:22:03,574 --> 00:22:06,034 ผมดีใจจนกระโดดตัวลอย 377 00:22:06,827 --> 00:22:07,828 (บาร์นีย์ บิการ์ด - นักดนตรีแจ๊สคลาริเน็ต) 378 00:22:07,911 --> 00:22:09,872 คนไม่ค่อยเข้าใจกันว่าที่นิวออร์ลีนส์ 379 00:22:09,955 --> 00:22:12,374 นักดนตรีส่วนมากไม่มีโอกาส 380 00:22:12,457 --> 00:22:14,001 จะได้เป็นศิษย์มีครู 381 00:22:14,084 --> 00:22:16,920 ส่วนใหญ่แค่หยิบเครื่องดนตรีมาเล่นมั่วไปเรื่อย 382 00:22:17,004 --> 00:22:20,924 จนกระทั่งได้ลองจับโทนหรือเล่นโน้ตอะไรหน่อย 383 00:22:21,508 --> 00:22:22,843 ส่วนใหญ่เริ่มต้นกันอย่างนั้น 384 00:22:24,344 --> 00:22:26,597 เราฝึกทหารที่บ้านเด็กกำพร้า 385 00:22:26,680 --> 00:22:28,390 และหัดเพลง "Star-Spangled Banner" 386 00:22:28,473 --> 00:22:31,935 เขาสอนว่านั่นเป็นเพลงชาติอเมริกา 387 00:22:33,478 --> 00:22:36,231 เราควรจะลุกขึ้นยืนทำความเคารพ 388 00:22:38,025 --> 00:22:41,486 ผมถูกสอนมาให้เล่นเพลงนั้น 389 00:22:41,570 --> 00:22:45,407 ด้วยแรงใจฮึกเหิมทั้งหมดที่มี 390 00:22:45,490 --> 00:22:48,327 เขาสอนเรามาบนแผ่นดินนี้ 391 00:22:48,410 --> 00:22:53,290 เมื่อเล่นเพลงชาติ นั่นคือความรู้สึกของผม 392 00:22:53,373 --> 00:22:56,460 จากนั้นเขาจะชักธงชาติขึ้นเสา 393 00:23:01,465 --> 00:23:03,967 ผมยังจำได้ทุกตัวโน้ต 394 00:23:12,768 --> 00:23:15,938 คุณรู้สึกดีใจไหมเวลาเล่นเพลงชาติ 395 00:23:16,021 --> 00:23:18,440 ผมรู้สึกเป็นคนมีค่า 396 00:23:18,524 --> 00:23:19,566 ใช่ 397 00:23:20,317 --> 00:23:22,611 พอเล่น "Star-Spangled Banner" จบ 398 00:23:22,694 --> 00:23:29,284 ผมรู้สึกภูมิใจพอๆ กับคนที่เคยแบกปืน 399 00:23:29,368 --> 00:23:33,914 เอาไรเฟิลพาดบ่าแล้วพูดว่า "เดินหน้า" 400 00:23:42,214 --> 00:23:43,215 (แดน มอร์เกนสเติร์น นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 401 00:23:43,298 --> 00:23:45,551 ตอนนั้นผมอยู่กับเจมส์ บอลด์วิน เราฟังเพลงของหลุยส์ 402 00:23:45,634 --> 00:23:47,427 เขาเล่นเพลงเด็ดๆ เป็นชุด 403 00:23:47,511 --> 00:23:51,682 แล้วปิดท้ายด้วยเพลงชาติ "The Star-Spangled Banner" 404 00:23:52,766 --> 00:23:55,352 เจมส์หันมาบอกผม 405 00:23:55,435 --> 00:23:59,064 "นี่ครั้งแรกเลยที่ผมชอบเพลงนั้น" 406 00:24:01,984 --> 00:24:04,236 เมื่อเขาได้ฟังหลุยส์ 407 00:24:04,319 --> 00:24:09,700 มันทำลายความเลวร้ายที่เชื่อมโยงกับเพลงนั้น 408 00:24:09,783 --> 00:24:11,201 (มือคุณเปื้อนเลือด) 409 00:24:11,285 --> 00:24:16,123 หลุยส์นำความบริสุทธิ์ผุดผ่องมาไว้ในเพลง 410 00:24:16,206 --> 00:24:18,584 ทำให้เขาชื่นชมมันได้ 411 00:24:19,209 --> 00:24:20,377 (ริคกี้ ริคคาร์ดิ - นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 412 00:24:20,460 --> 00:24:23,422 คนชอบพูดถึงจิมี่ เฮนดริกซ์ กับ "The Star-Spangled Banner" 413 00:24:30,888 --> 00:24:34,016 แต่อาร์มสตรองเล่นมาก่อน ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง 414 00:24:34,099 --> 00:24:37,227 ตั้งแต่หลังเพิร์ลฮาร์เบอร์ เขาก็เริ่มใส่ไว้ในรายการเพลงที่จะเล่น 415 00:24:37,311 --> 00:24:41,481 เขาจะขึ้นเวทีไปทุ่มเทใจใส่ในเพลงนั้น 416 00:24:41,565 --> 00:24:42,774 มีความภาคภูมิใจ 417 00:24:42,858 --> 00:24:46,403 แต่ก็เจ็บปวดแสนสาหัส ทุกครั้งที่เราได้ฟังเขาบรรเลง 418 00:24:46,486 --> 00:24:51,325 หลุยส์ อาร์มสตรองถ่ายทอดเพลง พร้อมความทรงจำ 40 ปีแห่งการเป็นทาส 419 00:24:51,408 --> 00:24:54,620 เขาเข้าใจสงครามภายในประเทศ 420 00:24:54,703 --> 00:24:58,123 เขาจึงพยายามใช้ดนตรีเปลี่ยนแปลงและปฏิรูป 421 00:24:58,207 --> 00:25:01,251 และนำพาประเทศนี้ เข้าใกล้อุดมคติสูงส่งของมันยิ่งขึ้น 422 00:25:13,722 --> 00:25:18,519 ใครมีอิทธิพลมากที่สุดต่อวัยเด็กของคุณ 423 00:25:18,602 --> 00:25:20,354 - ทางดนตรีน่ะรึ - ทางดนตรี 424 00:25:20,437 --> 00:25:21,730 คิงโอลิเวอร์ 425 00:25:21,813 --> 00:25:25,067 เพราะพอออกจากบ้านเด็กกำพร้า 426 00:25:25,150 --> 00:25:26,568 พอออกไปได้ เขาก็รับผมเข้าวง 427 00:25:26,652 --> 00:25:30,113 เขาบอกเสมอว่า "อย่าเล่นหมัดเมามั่วซั่วให้มากนัก 428 00:25:30,197 --> 00:25:32,324 เล่นนำ โทนแกใช้ได้ 429 00:25:32,407 --> 00:25:35,118 แกแบ่งจังหวะเก่ง มันใช้ได้" 430 00:25:36,578 --> 00:25:40,415 ผมแบกคอร์เน็ตให้เขา เวลาที่เขาไม่เป่าเดินพาเหรด 431 00:25:40,499 --> 00:25:43,001 ตำรวจก็จะมาไล่ผมออกจากขบวน 432 00:25:43,085 --> 00:25:44,419 ผมเกาะติดกับเขานั่นแหละ 433 00:25:44,503 --> 00:25:45,504 นั่นพระเอกของผม 434 00:25:45,587 --> 00:25:48,841 เราเล่นกลางแดดร้อนๆ แต่งเครื่องแบบ 435 00:25:48,924 --> 00:25:51,885 เขาจะวางผ้าเช็ดหน้าไว้หลังคอเพื่อกันแดด 436 00:25:51,969 --> 00:25:53,512 แล้วก็เป่าแตรดังสนั่น 437 00:25:56,807 --> 00:26:00,060 (บันทึกเสียงของอาร์มสตรอง) 438 00:26:00,143 --> 00:26:03,522 เมื่อทางการสั่งปิดย่านสตอรีวิลล์เก่าแก่ 439 00:26:03,605 --> 00:26:07,442 นักดนตรีกว่า 200 ชีวิต จู่ๆ ต้องตกงาน 440 00:26:07,526 --> 00:26:10,112 คิงโอลิเวอร์ย้ายออกจากเมือง ไปอยู่ชิคาโก 441 00:26:10,195 --> 00:26:12,072 เขาได้ข่าวว่าดนตรีแนวที่เล่นอยู่ 442 00:26:12,155 --> 00:26:13,615 ทางเหนือเรียกกันว่าแจ๊ส 443 00:26:13,699 --> 00:26:15,075 และกำลังเป็นที่นิยม 444 00:26:15,576 --> 00:26:17,286 (จดหมายจากอาร์มสตรอง ปี 1944 อ่านโดยนาส) 445 00:26:17,369 --> 00:26:19,997 "ผมคลั่งไคล้ผลงาน โจ โอลิเวอร์มาแต่ไหนแต่ไร 446 00:26:20,080 --> 00:26:22,958 พอโจเรียกให้ไปเล่นกับเขาที่ชิคาโก 447 00:26:23,041 --> 00:26:25,752 ผมดีใจมาก เพราะรู้เลยว่าจะอยู่แล้วสบายใจ 448 00:26:25,836 --> 00:26:27,045 และเขาจะดูแลผม" 449 00:26:27,713 --> 00:26:31,633 (ชิคาโก ปี 1922) 450 00:26:32,217 --> 00:26:33,260 ชิคาโกน่าจะเป็น 451 00:26:33,343 --> 00:26:36,096 ถิ่นคนดำยอดนิยมอันดับสองของประเทศ 452 00:26:36,180 --> 00:26:37,181 (แดนนี่ บาร์เคอร์ - นักกีตาร์) 453 00:26:37,264 --> 00:26:40,142 ที่นั่นเป็นแหล่งอพยพชั้นดีให้คนหลั่งไหลมา 454 00:26:40,225 --> 00:26:43,228 จากอลาบามา มิสซิสซิปปี อาร์คันซอ 455 00:26:43,312 --> 00:26:44,646 เราเดินไปชิคาโกได้ 456 00:26:44,730 --> 00:26:48,692 แค่เดินไปเรื่อยๆ ถ้ากำลังขามีแรงเดิน 457 00:26:49,776 --> 00:26:51,111 ผมคงกลับบ้านเก่าแล้วละ 458 00:26:51,195 --> 00:26:53,947 ถ้ารู้ว่าจะต้องถูกไล่ออกจากตึกสูงๆ 459 00:26:54,531 --> 00:26:56,992 สุดท้ายผมไปที่ลินคอล์นการ์เด้น… 460 00:26:57,993 --> 00:26:59,453 (แวะท่องเที่ยวสวนชื่อดัง ลินคอล์นการ์เด้นส์) 461 00:26:59,536 --> 00:27:00,621 เล่นดนตรีไป 462 00:27:01,413 --> 00:27:06,543 ผมดีใจมากจนทำตัวไม่ถูกเลย ผมดังใหญ่ 463 00:27:06,627 --> 00:27:08,754 อยู่ทางเหนือกับระดับบิ๊กๆ 464 00:27:08,837 --> 00:27:11,840 ผมเล่นดนตรีกับราชาของวงการ ไอดอลในดวงใจ 465 00:27:11,924 --> 00:27:16,762 ความฝันวัยเด็กในที่สุดก็เป็นจริง 466 00:27:19,681 --> 00:27:20,682 (ลิล ฮาร์ดิน - นักเปียโน) 467 00:27:20,766 --> 00:27:23,644 ฉันได้ยินนักดนตรีทุกคนพูดถึง เจ้าลิตเติ้ลหลุยส์บ่อยๆ 468 00:27:23,727 --> 00:27:25,812 ได้ยินมาว่าเขาจะนักเล่นทรัมเป็ตตัวฉกาจ 469 00:27:25,896 --> 00:27:29,316 พอเขาพาเจ้าลิตเติ้ลหลุยส์ มาหาฉันที่ดรีมแลนด์ 470 00:27:29,399 --> 00:27:32,027 ลิตเติ้ลหลุยส์ตัวหนักตั้งร้อยกว่ากิโล 471 00:27:32,110 --> 00:27:33,820 ฉันเลยถามว่า "ลิตเติ้ลหลุยส์เหรอ 472 00:27:33,904 --> 00:27:36,532 เรียกว่าลิตเติ้ลหลุยส์ได้ไง เขาตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม" 473 00:27:36,615 --> 00:27:39,284 ฉันไม่ปลื้มเลยค่ะ ผิดหวังมาก 474 00:27:39,368 --> 00:27:42,829 ฉันคงไม่ตั้งใจฟังหลุยส์เล่นแล้ว 475 00:27:42,913 --> 00:27:45,415 ถ้าคืนหนึ่ง คิงโอลิเวอร์ไม่ได้พูดว่า 476 00:27:46,041 --> 00:27:48,126 หลุยส์เล่นเก่งกว่าเขา 477 00:27:48,877 --> 00:27:50,921 คิงบอกว่า "แต่ตราบใดที่มันอยู่กับฉัน 478 00:27:51,004 --> 00:27:54,424 มันจะไปได้ไม่ไกลกว่าฉัน แล้วฉันก็เป็นคิงต่อไป" 479 00:27:54,508 --> 00:27:56,802 หลังจากนั้น ฉันก็เริ่มตั้งใจฟัง 480 00:27:56,885 --> 00:28:00,138 พอเรามีนัดอัดเสียงที่ริชมอนด์ รัฐอินเดียนา กับสตูดิโอเจนเนตต์ 481 00:28:00,222 --> 00:28:01,932 ระหว่างที่พยายามหาสมดุล 482 00:28:02,432 --> 00:28:04,643 โจกับหลุยส์ยืนข้างๆ กัน 483 00:28:04,726 --> 00:28:05,936 เหมือนที่ทำเป็นประจำ 484 00:28:06,019 --> 00:28:08,897 แต่เราไม่ได้ยินโน้ตจากโจเลยสักตัว 485 00:28:08,981 --> 00:28:11,108 ได้ยินแต่โน้ตของหลุยส์ 486 00:28:11,191 --> 00:28:13,026 เขาเลยพูดว่า "อ้าว ต้องทำอะไรสักอย่างละ" 487 00:28:13,110 --> 00:28:17,072 คนก็จับหลุยส์ไปอยู่ที่มุมห้อง ห่างจากวงไปห้าเมตร 488 00:28:17,823 --> 00:28:21,785 หลุยส์ก็นั่ง… ยืนที่มุมห้อง หน้าตาเศร้าๆ 489 00:28:21,869 --> 00:28:24,705 เขานึกว่าแย่แล้วที่โดนจับแยกจากวง 490 00:28:24,788 --> 00:28:26,707 ฉันเลยมองหน้าเขาและยิ้มให้ 491 00:28:26,790 --> 00:28:28,917 เพื่อเป็นกำลังใจให้เขา 492 00:28:29,501 --> 00:28:30,961 แล้วฉันก็บอกตัวเอง 493 00:28:31,044 --> 00:28:36,842 "เอาละ ถ้าต้องแยกเขาไปอยู่ห่างๆ เพื่อให้ได้ยินเสียงโจ 494 00:28:36,925 --> 00:28:38,218 แปลว่าเขาเก่งกว่าแน่ๆ" 495 00:28:38,302 --> 00:28:39,469 ตอนนั้นฉันเลยเชื่อ 496 00:28:43,932 --> 00:28:46,810 ฉันกับหลุยส์เริ่มคบหาเป็นคนรู้ใจ 497 00:28:46,894 --> 00:28:48,020 ต่อมาถึงได้ตกลงแต่งงานกัน 498 00:28:48,103 --> 00:28:49,771 (นางสาวลิลเลียน ฮาร์ดิน เป็นเจ้าสาวของหลุยส์ อาร์มสตรอง) 499 00:28:49,855 --> 00:28:53,442 ฉันบอกเขานะ "นี่ ฉันไม่อยากแต่ง กับคนเป่าทรัมเป็ตอันดับสอง" 500 00:28:53,525 --> 00:28:54,818 เขาย้อนถาม "พูดอะไรของเธอ" 501 00:28:54,902 --> 00:28:57,237 ฉันตอบ "ก็ฉันไม่อยากแต่งกับทรัมเป็ตอันดับสอง 502 00:28:57,321 --> 00:28:58,530 ฉันอยากให้เธอเป็นอันดับหนึ่ง" 503 00:28:58,614 --> 00:29:00,782 เขาบอก "เฮ้ย ฉันเป็นเบอร์หนึ่งไม่ได้ โจเป็นเบอร์หนึ่งอยู่" 504 00:29:00,866 --> 00:29:02,534 ฉันว่า "อ้าว งั้นก็ต้องออกจากวง" 505 00:29:02,618 --> 00:29:04,119 เขาบอก "ฉันทิ้งคุณโจไม่ได้ 506 00:29:04,203 --> 00:29:06,580 คุณโจเรียกฉันมา ฉันทิ้งเขาไม่ได้" 507 00:29:06,663 --> 00:29:09,041 ฉันว่า "เลือกเอานะ คุณโจหรือฉัน" 508 00:29:10,918 --> 00:29:12,419 (ราคาดี ราตรีนี้ที่มูแลงรูจ) 509 00:29:12,503 --> 00:29:16,131 ผมตั้งใจฟังคำของลิล 510 00:29:16,215 --> 00:29:18,634 ที่บอกให้เป็นตัวนำ 511 00:29:18,717 --> 00:29:21,303 เขาเป่าโน้ต เสียงสูง 30 ถึง 50 พวกตัวโดสูง 512 00:29:21,386 --> 00:29:23,347 ขณะที่วงเล่นเพลงหนึ่ง 513 00:29:23,430 --> 00:29:24,515 (ด็อค เชทแธม - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 514 00:29:24,598 --> 00:29:27,309 วันต่อมา ใครๆ เดินผ่านไปมาก็พูดถึงมัน 515 00:29:31,897 --> 00:29:34,107 คนจะแวะมาดูสองสามรอบ 516 00:29:34,191 --> 00:29:35,984 รอเห็นเขาพลาดสักวัน 517 00:29:36,068 --> 00:29:37,110 เขาก็บอกฉันนะ 518 00:29:37,194 --> 00:29:39,404 "รู้ไหมว่าคนแวะมาดูสี่ห้ารอบ 519 00:29:39,488 --> 00:29:40,948 รอฟังฉันเป่าตัวฟานั่นพลาด" 520 00:29:41,031 --> 00:29:43,367 ฉันตอบ "เหรอ งั้นอยู่บ้านเล่นตัวโซลบ้างสิ" 521 00:29:43,992 --> 00:29:46,161 เขาก็เริ่มเดินเป่าไปทั่วบ้านเลย 522 00:29:47,204 --> 00:29:49,039 ฉันนี่นะ "ตาเถร ฉันพูดแบบนั้นไปทำไม" 523 00:29:52,626 --> 00:29:55,379 เขาไม่เคยเป่าโน้ตเสียงสูงตัวนั้นพลาด ใช่ไหมครับ 524 00:29:55,462 --> 00:29:57,422 อาร์มสตรองขยายช่วงเสียงแตร 525 00:29:57,506 --> 00:29:59,466 ปิดโชว์ทุกรอบด้วยโน้ตโดเสียงสูงนับร้อย 526 00:29:59,550 --> 00:30:00,843 (ริคกี้ ริคคาร์ดิ - นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 527 00:30:00,926 --> 00:30:03,929 แค่นั้นก็ทำให้นักดนตรี หันมาเล่นโน้ตสูงๆ กันมากขึ้น 528 00:30:04,012 --> 00:30:06,932 เขาด้นสแกตได้ชำนาญอย่างไร้ที่ติ 529 00:30:07,015 --> 00:30:08,517 ทำให้โลกเห็นว่าการเล่นสดๆ ทำยังไงได้บ้าง 530 00:30:09,685 --> 00:30:11,478 ทอมมี่ ร็อคเวลล์ได้ฟัง… 531 00:30:11,562 --> 00:30:13,230 (ทอมมี่ ร็อคเวลล์ - โปรดิวเซอร์ โอเคเรคคอร์ดส์) 532 00:30:13,313 --> 00:30:17,359 เขาเป็นคนเสนอให้หลุยส์ตั้งวงเพื่ออัดเสียง 533 00:30:17,442 --> 00:30:21,697 ด้วยเหตุนี้เลยกลายเป็น หลุยส์ อาร์มสตรอง ฮอตไฟว์ 534 00:30:21,780 --> 00:30:23,949 (โอเคเรคคอร์ดส์ บันทึกพิเศษ) 535 00:30:28,328 --> 00:30:29,872 เล่นเลย ป๋าดิป 536 00:30:30,581 --> 00:30:32,457 คุณไม่เคยทำงานในคลับกับพวก… 537 00:30:32,541 --> 00:30:36,003 ไม่ ไม่เคยคิดเลย 538 00:30:36,086 --> 00:30:40,507 เราคิดกันตรงนั้น แล้วก็ด้นสแกต ใช่ 539 00:30:40,591 --> 00:30:41,967 เดี๋ยวนะ "คิดตรงนั้น" 540 00:30:42,050 --> 00:30:43,468 - หมายความว่ายังไงครับ - แต่งทำนองกันสดๆ 541 00:30:43,552 --> 00:30:45,554 - ในห้องอัดเลยน่ะรึ - ใช่สิ 542 00:30:45,637 --> 00:30:47,014 บอกซิว่าไม่รู้ 543 00:30:47,097 --> 00:30:49,057 (หลุยส์ อาร์มสตรอง คอร์เน็ต ร้องและเล่น Heebee Jeebies) 544 00:30:49,141 --> 00:30:51,435 มีข่าวลือว่าคุณเป็นผู้คิดค้น การร้องด้นสแกต จริงไหมครับ 545 00:30:51,518 --> 00:30:52,603 (ดิ๊ก คาเวตต์ - พิธีกรรายการโทรทัศน์) 546 00:30:52,686 --> 00:30:56,064 เขาบอกว่าตอนอัดเพลง "Heebee Jeebies" 547 00:30:56,148 --> 00:30:58,150 เราเล่นถึงท่อนคอรัสสอง 548 00:30:58,233 --> 00:30:59,526 ผมก็โยนโพยทิ้ง 549 00:30:59,610 --> 00:31:02,237 คนคุมบูธอัดเสียงบอกว่า "ร้องต่อเลย" 550 00:31:02,321 --> 00:31:03,155 - เข้าใจไหม - ครับ 551 00:31:03,238 --> 00:31:06,116 นั่นทำให้ผมรำลึกความหลังสมัยเด็ก 552 00:31:06,200 --> 00:31:07,659 ตอนเดินร่อนไปทั่วกับวงควอร์เท็ต 553 00:31:07,743 --> 00:31:09,912 เล่นกันข้างถนนแรมพาร์ทที่นิวออร์ลีนส์ 554 00:31:10,412 --> 00:31:12,748 พอถึงท่อนที่เราไม่รู้เนื้อเพลง 555 00:31:12,831 --> 00:31:15,667 เราจะด้นสแกตและเป่าทรัมเป็ต 556 00:31:15,751 --> 00:31:16,752 หรือทำอะไรไปเรื่อย 557 00:31:16,835 --> 00:31:19,129 ผมก็ร้องเล่นได้สดๆ ทั้งอย่างนั้น 558 00:31:24,885 --> 00:31:27,095 เวลาที่เขาสแกต โน้ตที่เขาใช้เล่น 559 00:31:27,179 --> 00:31:29,389 และท่วงทำนองที่เขาสร้าง มันช่างละเอียดลออ 560 00:31:29,473 --> 00:31:31,350 หลุยส์ อาร์มสตรองไม่เคยร้องเพี้ยน 561 00:31:31,433 --> 00:31:34,019 เขาคุมเสียงตัวเองได้เหมือนเวลาเป่าแตร 562 00:31:34,102 --> 00:31:35,270 (สแตนลีย์ เคร้าช์ นักเขียน นักวิจารณ์ดนตรี) 563 00:31:35,354 --> 00:31:37,189 สมัยก่อน เวลาคนร้องเพลง 564 00:31:37,272 --> 00:31:38,941 มักจะร้องแบบใส่จริต 565 00:31:39,024 --> 00:31:40,567 และผมรักคุณ 566 00:31:41,068 --> 00:31:42,736 คุณกับผมนี่ 567 00:31:42,819 --> 00:31:44,321 กับลูกน้อย เราสามคนดี 568 00:31:44,404 --> 00:31:45,948 ไดนาห์ 569 00:31:46,907 --> 00:31:49,493 จะหาใครดีงามไปกว่า 570 00:31:51,036 --> 00:31:53,372 เธอในรัฐแคโรไลนา 571 00:31:55,040 --> 00:31:58,794 หากว่ามี เราจะรู้จักนาง รู้จักนาง 572 00:31:58,877 --> 00:32:01,004 เมื่ออาร์มสตรองนำเสนอรูปแบบใหม่ 573 00:32:01,088 --> 00:32:02,631 โดยใช้วิธี… 574 00:32:04,550 --> 00:32:06,051 แบบนั้นน่ะ 575 00:32:06,802 --> 00:32:08,554 โอ้ ไดนาห์ 576 00:32:08,637 --> 00:32:11,890 จะหาใครดีงามไปกว่า เธอในรัฐแคโรไลนา 577 00:32:11,974 --> 00:32:14,601 หากว่ามีและรู้จัก วานบอกที 578 00:32:14,685 --> 00:32:16,854 ไดนาห์ นัยน์ตาสาวใต้ทอประกาย 579 00:32:16,937 --> 00:32:18,605 อยากนั่งจ้อง ไม่อาจห้ามใจ 580 00:32:18,689 --> 00:32:20,524 ให้สบตาไดนาห์ ลี 581 00:32:20,607 --> 00:32:21,984 ที่รัก ทุกคืนค่ำ 582 00:32:22,067 --> 00:32:23,861 ตัวสั่นเพราะไหวหวั่น โอ้ 583 00:32:23,944 --> 00:32:25,946 เพราะไดนาห์อาจเปลี่ยนใจ 584 00:32:28,198 --> 00:32:31,243 อาร์มสตรองพลิกวิธีร้องเพลงแบบเดิมๆ 585 00:32:31,326 --> 00:32:33,912 ผมหมายถึงเปลี่ยนการร้องแนวโซล แบบเรย์ ชาร์ลส 586 00:32:33,996 --> 00:32:36,373 แบบแซม คุ้ก แบบเจมส์ บราวน์ 587 00:32:36,456 --> 00:32:40,169 แบบฮิปฮอป ฟังก์ ดนตรีป๊อป 588 00:32:40,252 --> 00:32:42,254 แบบร็อคแอนด์โรล วงบีเทิลส์ 589 00:32:42,337 --> 00:32:45,507 ทุกคนที่ได้เปล่งเสียง 590 00:32:45,591 --> 00:32:49,720 ผ่านสถานีวิทยุอเมริกันในช่วง 90 ปีที่ผ่านมา 591 00:32:49,803 --> 00:32:52,431 มาจากการคิดค้นของหลุยส์ อาร์มสตรอง 592 00:32:54,474 --> 00:32:56,727 (โดยโจ "คิง" โอลิเวอร์ และแคลเรนซ์ วิลเลียมส์) 593 00:33:08,739 --> 00:33:10,449 ผมเจอหลุยส์ตอนอัดเพลง 594 00:33:10,532 --> 00:33:13,535 "West End Blues" เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก 595 00:33:13,619 --> 00:33:15,370 ทำให้ผมกลายเป็นแฟนดนตรีแจ๊สไปเลย 596 00:33:15,454 --> 00:33:16,496 (เลนนาร์ด เฟเธอร์ - นักเปียโนแจ๊ส) 597 00:33:16,580 --> 00:33:19,666 และสุดท้ายทำให้ผมค้นพบแนวทางอาชีพ 598 00:33:19,750 --> 00:33:21,460 เช่นเดียวกับคนอีกมากมาย 599 00:33:22,127 --> 00:33:23,921 "West End Blues" เป็นงานชิ้นโบว์แดงขนาดย่อม 600 00:33:24,004 --> 00:33:27,799 (เกาะโคนีย์) (ลูซิลล์) 601 00:33:29,843 --> 00:33:32,971 ผมว่าแจ๊ส แทบจะถือกำเนิดจากหลุยส์ อาร์มสตรอง 602 00:33:33,055 --> 00:33:34,264 (อาร์ตี้ ชอว์ - นักดนตรีแจ๊สคลาริเน็ต) 603 00:33:34,348 --> 00:33:35,849 คนพูดกันจนติดปาก 604 00:33:35,933 --> 00:33:38,393 ผมก็ได้ยินบ่อยๆ ว่าเขาเป็นอัจฉริยะ 605 00:33:38,477 --> 00:33:41,396 แต่น้อยคนจะพูดถึงเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นอัจฉริยะ 606 00:33:41,480 --> 00:33:44,608 และอัจฉริยภาพของเขาคืออะไร หรือทำอะไรแน่ 607 00:33:49,613 --> 00:33:52,491 ผมบอกได้ว่าสิ่งที่เขาทำจริงๆ แล้ว 608 00:33:53,033 --> 00:33:55,869 เป็นการเล่นดนตรีซึ่งไม่มีใครเหมือน 609 00:33:55,953 --> 00:33:57,829 ในแวดวงใกล้ชิด 610 00:33:57,913 --> 00:34:00,666 หลุยส์ อาร์มสตรองเป็นนักดนตรีโซโล่ คนสำคัญคนแรกสุด 611 00:34:00,749 --> 00:34:02,084 (อาร์ชี่ เชปป์ - นักดนตรีแจ๊สแซกโซโฟน) 612 00:34:02,167 --> 00:34:06,380 เพราะเขาฉีกขนบประสานเสียงแบบตะวันตก 613 00:34:07,172 --> 00:34:10,175 และนำเสนอท่วงทำนอง 614 00:34:10,259 --> 00:34:13,929 และจังหวะดนตรีของแอฟริกัน 615 00:34:15,179 --> 00:34:19,893 (นิวออร์ลีนส์ ปี 1947) 616 00:34:19,976 --> 00:34:20,978 หยุดนะ หยุด! 617 00:34:21,061 --> 00:34:23,438 คุณกำลังเล่นทั้งโน้ตแฟลตกับเนเจอรัล 618 00:34:23,522 --> 00:34:27,484 เหมือนค้นพบสเกลเสียงลับๆ ที่ออกแบบมาเพื่อดนตรีแนวนี้โดยเฉพาะ 619 00:34:28,068 --> 00:34:29,610 (เลนนาร์ด เบิร์นสทีน วาทยกร และนักประพันธ์เพลง) 620 00:34:29,695 --> 00:34:31,822 สเกลแจ๊สที่ว่านี้ใช้แค่กับทำนองเท่านั้น 621 00:34:31,905 --> 00:34:33,156 หมายถึงทำนองเพลง 622 00:34:33,239 --> 00:34:37,744 แต่ในการประสานเสียง เรายังใช้โน้ตปกติชุดเดิมๆ 623 00:34:38,954 --> 00:34:41,415 คู่กับโน้ตแฟลตเสียงต่ำ 624 00:34:41,498 --> 00:34:43,708 เพื่อให้เกิดความไม่สอดคล้อง 625 00:34:43,792 --> 00:34:45,668 นักเปียโนแจ๊สใช้ความไม่สอดคล้องนี้ เพื่อสร้างทำนองทุกครั้ง 626 00:34:45,752 --> 00:34:47,504 ผมว่านี่คงคุ้นหูพวกคุณ 627 00:34:47,588 --> 00:34:49,505 ซึ่งก็มีเหตุผล 628 00:34:49,590 --> 00:34:53,010 เพราะเราหาโน้ตที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น 629 00:34:53,510 --> 00:34:56,054 แต่อยู่ระหว่างสองตัวนั้น 630 00:34:56,554 --> 00:34:58,307 เรียกว่าควอเตอร์โทน 631 00:34:59,057 --> 00:35:03,604 ควอเตอร์โทนมาจากแอฟริกา ซึ่งจะว่าไปก็เป็นแหล่งกำเนิดดนตรีแจ๊ส 632 00:35:04,188 --> 00:35:06,857 ที่นั่นใช้ควอเตอร์โทนกันเป็นปกติ 633 00:35:06,940 --> 00:35:08,734 เอาละครับทุกท่าน 634 00:35:08,817 --> 00:35:11,361 คราวนี้เราจะไปเที่ยวลุยป่ากัน 635 00:35:11,862 --> 00:35:13,572 เราอยากพาทุกท่านไปกับเรา 636 00:35:14,198 --> 00:35:16,658 เสือตัวนั้นวิ่งมาไวว่อง 637 00:35:16,742 --> 00:35:20,287 ต้องร้องคอรัสสามสี่เที่ยวกว่าจะตามทัน ขอให้ทุกท่านนับตาม 638 00:35:20,370 --> 00:35:21,330 ใช่ครับ 639 00:35:21,413 --> 00:35:24,208 เพราะคราวนี้ทรัมเป็ตจะแล่นหนีไปแล้ว 640 00:35:24,291 --> 00:35:26,251 เริ่มเลยพวกเรา ผมพร้อมแล้ว 641 00:35:28,879 --> 00:35:30,297 (อัลคาโปนรับโทษ 11 ปี!) 642 00:35:31,131 --> 00:35:34,593 อาชีพของหลุยส์ช่วงนั้นประสบปัญหาผู้จัดการ 643 00:35:34,676 --> 00:35:37,471 แล้วพวกมาเฟียก็เข้ามายุ่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ 644 00:35:39,765 --> 00:35:41,767 ผู้มีอิทธิพลที่นิวยอร์กบางคน 645 00:35:41,850 --> 00:35:43,644 คิดว่าราชาทรัมเป็ตควรไปอยู่ที่นั่น 646 00:35:43,727 --> 00:35:46,146 (อาร์มสตรองถูกมาเฟียเรียกตัว เจ้าแห่งทรัมเป็ตกลัวตาย) 647 00:35:46,230 --> 00:35:49,191 เจ้าพ่อตัวแรงสุด 648 00:35:49,274 --> 00:35:51,818 ในชิคาโกยุคนั้นชื่อ แฟรงกี้ ฟอสเตอร์ 649 00:35:51,902 --> 00:35:54,154 เขาว่า "คุณต้องไปนิวยอร์กพรุ่งนี้นะ รู้หรือยัง" 650 00:35:54,238 --> 00:35:56,657 ผมบอกว่า "ผมไม่รู้เรื่องเลย 651 00:35:56,740 --> 00:35:58,242 ไม่เห็นมีใครบอกอะไรผม" 652 00:35:58,325 --> 00:36:00,244 ผมบอก "ขอตัวเดี๋ยว ผมต้องกลับขึ้นเวที" 653 00:36:00,327 --> 00:36:01,954 เขาตอบว่า "พรุ่งนี้คุณต้องไปนิวยอร์ก" 654 00:36:02,037 --> 00:36:03,705 แล้วเขาก็ชักปืน .45 ออกมา 655 00:36:05,165 --> 00:36:08,001 ผมบอก "อ้อ ผมอาจจะไปนิวยอร์ก" 656 00:36:10,796 --> 00:36:13,757 ธุรกิจดนตรีในยุคนั้น 657 00:36:13,841 --> 00:36:15,759 มีคนขาวคุมอยู่ 658 00:36:15,843 --> 00:36:17,010 พวกเขาไม่ได้ชั่วร้ายไปหมด 659 00:36:17,094 --> 00:36:18,804 ไม่ได้บงการคนดำไปทั้งหมด 660 00:36:18,887 --> 00:36:20,806 แต่หลายคนก็ใช่ 661 00:36:20,889 --> 00:36:23,183 นักดนตรีคนดำลำบากเหลือเกิน 662 00:36:23,267 --> 00:36:25,936 ต้องกล้ำกลืนความขมขื่นที่มีต่อระบบในยุคนั้น 663 00:36:26,019 --> 00:36:27,062 (จอห์นนี่ คอลลินส์ - ผู้จัดการ) 664 00:36:27,145 --> 00:36:29,106 แต่หลุยส์เป็นหนึ่งในคนส่วนน้อย 665 00:36:29,189 --> 00:36:31,275 ที่ไม่เคยแสดงท่าทีคับข้องใจ 666 00:36:31,358 --> 00:36:32,943 ไม่ว่าจะอย่างชัดเจนหรือซ่อนไว้ 667 00:36:33,026 --> 00:36:35,279 สวัสดียามเย็นครับทุกท่าน 668 00:36:35,362 --> 00:36:37,197 กระผมอาร์มสตรอง 669 00:36:37,281 --> 00:36:40,409 เราจะขับร้องเพลงเก่าเพราะๆ ให้ทุกท่านฟัง 670 00:36:40,492 --> 00:36:42,327 (ครั้งแรกที่เบอร์มิงแฮม ครั้งแรกที่เชฟฟิลด์) 671 00:36:42,411 --> 00:36:44,037 เพลงแสนไพเราะ "I Cover the Waterfront" 672 00:36:44,121 --> 00:36:46,456 "I Cover the Waterfront" ผมชอบมาก 673 00:36:48,625 --> 00:36:49,626 หนึ่ง สอง 674 00:37:14,902 --> 00:37:16,069 (ฮือฮาคลั่งคนดำเล่นทรัมเป็ต) 675 00:37:16,153 --> 00:37:19,531 ในปี 1932 ผมไปยุโรปครั้งแรก 676 00:37:20,616 --> 00:37:22,618 สมัยนั้นเดินทางด้วยเรือ 677 00:37:22,701 --> 00:37:24,995 จอห์นนี่ คอลลินส์เป็นผู้จัดการ 678 00:37:25,495 --> 00:37:27,664 คนที่นั่นตั้งชื่อเล่น "ซาชโม" ให้คุณใช่ไหม 679 00:37:27,748 --> 00:37:29,416 ใช่ ฟัซซี่ บรูคส์ เป็นคนตั้งให้ 680 00:37:29,917 --> 00:37:32,836 ช่วงนั้นเขาเป็นบ.ก. นิตยสาร เมโลดี้เมคเกอร์ 681 00:37:33,629 --> 00:37:37,257 ผมนั่งเรือไปถึงพลีมัธ ประเทศอังกฤษ 682 00:37:37,341 --> 00:37:39,718 แล้วก็มีคนตะโกนเรียก "หวัดดี ซาชโม" 683 00:37:40,260 --> 00:37:43,889 ตอนผมเดินทางทั่วยุโรป ทำงานกับคนอื่นๆ 684 00:37:43,972 --> 00:37:46,433 พวกเขาพยายามจัดการอะไรต่างๆ 685 00:37:46,517 --> 00:37:48,936 ผมบอก "ผมไม่อยากยุ่งกับคนพวกนี้ 686 00:37:49,019 --> 00:37:51,522 พวกเขาไม่คิดแม้แต่จะปกป้องทรัมเป็ต" 687 00:37:51,605 --> 00:37:53,273 ผมมีผู้จัดการคนหนึ่งที่… 688 00:37:53,357 --> 00:37:55,776 คว้าเงินจากช่องขายตั๋วได้ก็รีบคว้า 689 00:37:55,859 --> 00:37:57,653 ตาลีตาเหลือก แบบนั้นน่ะ 690 00:37:57,736 --> 00:37:59,613 ผมบอก "เฮ้ย ฉันไม่อยากทำแบบนั้น" 691 00:37:59,696 --> 00:38:02,866 ช่วงเดียวกัน หลุยส์ อาร์มสตรองค้นพบว่า… 692 00:38:02,950 --> 00:38:04,576 (อาเธอร์ บริกส์ - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 693 00:38:04,660 --> 00:38:08,997 ผู้บริหารจัดการของเขา คุณคอลลินส์ หาเงินได้สัปดาห์ละ 20,000 ปอนด์ 694 00:38:09,081 --> 00:38:13,252 แต่หลุยส์ได้แค่อาทิตย์ละร้อย 695 00:38:13,335 --> 00:38:16,129 เขาขอเงินเพิ่ม 696 00:38:16,213 --> 00:38:20,342 คุณคอลลินส์ก็อ้างศัพท์โก้หรู 697 00:38:20,425 --> 00:38:23,887 ฉันบอก "เฮ้ย ไอ้ชาติชั่ว แกอาจเป็นผู้จัดการฉัน 698 00:38:23,971 --> 00:38:25,806 แกจะใหญ่มาจากไหนก็ช่าง 699 00:38:26,306 --> 00:38:29,142 ทำให้ฉันขึ้นเล่นเวทีใหญ่สุดในโลกก็ช่าง 700 00:38:29,226 --> 00:38:32,229 แต่ฉันถือแตรลงจากเวทีห่านั่นเมื่อไร แล้วเกิดซวยขึ้นมา 701 00:38:32,312 --> 00:38:33,480 แกก็ช่วยอะไรฉันไม่ได้" 702 00:38:33,564 --> 00:38:35,774 เขาบอก "ไล่ไอ้นิโกรนี่ลงจากเรือซะ" 703 00:38:35,858 --> 00:38:38,235 ได้วางมวยเลย พับผ่าสิ 704 00:38:38,318 --> 00:38:39,653 ห่า 705 00:38:41,530 --> 00:38:43,532 มันต้องแก้เรื่องนี้ให้เรียบร้อย 706 00:38:44,283 --> 00:38:46,159 พอดีมีไวน์ขวดใหญ่ 707 00:38:46,243 --> 00:38:47,786 ฉันก็หยิบขึ้นมาทั้งอย่างนั้น 708 00:38:47,870 --> 00:38:50,205 ไอ้หัวล้านนั่งก้มหน้าอยู่ 709 00:38:50,289 --> 00:38:54,626 ฉันก็ "พ่อจะฟาดแม่งเอาให้ตาย" 710 00:38:55,377 --> 00:38:57,129 แต่แวบแรกที่แล่นเข้ามาในหัว 711 00:38:57,212 --> 00:38:59,131 คือพวกไอ้ดำห่าเหวที่อยู่ฮาร์เลม ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกัน 712 00:38:59,214 --> 00:39:01,425 "กะแล้วว่าสักวันมันต้องหน้ามืดลงมือ" 713 00:39:01,508 --> 00:39:03,844 ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม… 714 00:39:03,927 --> 00:39:05,929 "ไปหาอะไรกินซะไป" 715 00:39:06,013 --> 00:39:08,182 ใช่ว่าไม่เคยโดนเรียกว่านิโกรเสียเมื่อไหร่ 716 00:39:08,682 --> 00:39:10,559 เขาไล่คอลลินส์ กำจัดเขาไป 717 00:39:10,642 --> 00:39:11,643 (ทรัมมี่ ยัง - นักดนตรีแจ๊สทรอมโบน) 718 00:39:11,727 --> 00:39:13,020 แต่คอลลินส์ยังถือสัญญา 719 00:39:13,103 --> 00:39:15,189 พอดีหลุยส์จำได้ว่า ตัวเองเคยทำงานให้โจ เกลเซอร์ 720 00:39:15,272 --> 00:39:18,901 โจ เกลเซอร์ มีเส้นกับพวกนักเลงแถวชิคาโก 721 00:39:18,984 --> 00:39:22,112 หลุยส์เลยติดต่อไป บอกกับโจ 722 00:39:22,196 --> 00:39:25,699 เขาว่า "ผมมีปัญหากับไอ้ผู้จัดการคนนี้เยอะมาก" 723 00:39:25,782 --> 00:39:26,950 บอกว่า "ผมค่อนข้างกลัวน่ะ" 724 00:39:27,034 --> 00:39:29,161 บอกอีกว่า "ไม่รู้ว่าเขาพยายามจะทำอะไรผม" 725 00:39:29,244 --> 00:39:32,164 แล้วก็พูดว่า "แต่ผมอยากให้คุณเป็นผู้จัดการผม" 726 00:39:32,247 --> 00:39:34,499 (รีล 86) 727 00:39:34,583 --> 00:39:37,794 นักเลงตัวเอ้ในคลับกระจอกที่เปิดบ่อนพนัน 728 00:39:37,878 --> 00:39:40,005 รู้ว่าผมกำลังเตรียมจะขึ้นเหนือ 729 00:39:40,506 --> 00:39:42,549 และเขาพูดให้กำลังใจ 730 00:39:42,633 --> 00:39:46,637 บอกว่า "บอกให้นะ ฉันชอบที่แกเป่าปี่" 731 00:39:47,221 --> 00:39:48,263 พูดถึงคอร์เน็ตของผม 732 00:39:48,347 --> 00:39:50,349 ผมรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ผมบอก "เออ" 733 00:39:50,432 --> 00:39:52,809 เขาว่า "ขึ้นไปทางเหนือ 734 00:39:53,685 --> 00:39:59,274 แกจะมีคนขาวหนุนหลังคอยพูดว่า 'นั่นนิโกรของฉัน'" 735 00:39:59,358 --> 00:40:01,443 เขาพูดงั้นกับผม 736 00:40:01,527 --> 00:40:03,570 ไปคิดเอาเองแล้วกัน 737 00:40:04,404 --> 00:40:05,656 คุยกันอย่างนั้นแหละ 738 00:40:06,156 --> 00:40:09,243 แล้วโจ เกลเซอร์ก็โผล่มาพอดี 739 00:40:09,910 --> 00:40:11,662 - แล้วมัน… - เราเป็นอย่างนั้นเลย 740 00:40:11,745 --> 00:40:17,000 เพราะเขารู้ว่าผมอยากเป่าแตร เขาก็ทำให้เป็นจริงให้ได้ 741 00:40:17,084 --> 00:40:18,377 ฉันบอก "ต้องงี้สิถูกใจ" 742 00:40:18,460 --> 00:40:20,546 ฉันบอกเขาว่า "คุณดูแลธุรกิจไป จอห์นนี่ เกลเซอร์ 743 00:40:20,629 --> 00:40:22,798 ผมจะเป่าแตรไป เอาตามนี้" 744 00:40:22,881 --> 00:40:25,217 มันก็เป็นอย่างนั้นมาตลอดยี่สิบกว่าปี 745 00:40:25,801 --> 00:40:27,970 เราไม่เคยเซ็นสัญญากันด้วยซ้ำ 746 00:40:29,012 --> 00:40:29,930 (สลิม ธอมป์สัน - นักแสดงและเพื่อน) 747 00:40:30,013 --> 00:40:31,598 โจ เกลเซอร์มันเป็นนิโกร 748 00:40:31,682 --> 00:40:33,809 โจ เกลเซอร์ชอบคนดำ 749 00:40:33,892 --> 00:40:35,394 เขาโตมากับคนดำ 750 00:40:35,477 --> 00:40:38,647 - เขาเรียนที่เดียวกับคนดำ - ใช่ๆ 751 00:40:38,730 --> 00:40:42,484 ผมรู้สึกมานานแล้วว่า ความสัมพันธ์มันประหลาด 752 00:40:42,568 --> 00:40:43,777 ระหว่างโจ เกลเซอร์กับหลุยส์ 753 00:40:43,861 --> 00:40:44,862 (แจ็ค แบรดลีย์ - ช่างภาพ) 754 00:40:44,945 --> 00:40:47,155 ผมว่าหลุยส์โดนเอาเปรียบ 755 00:40:47,239 --> 00:40:49,992 หลุยส์เชื่อว่าเขาไม่มีทางดังได้เท่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะโจ เกลเซอร์ 756 00:40:50,075 --> 00:40:51,326 ผมว่าไม่มีทาง 757 00:40:51,410 --> 00:40:53,120 - เป็นไปได้เหรอ - เป็นไปได้ทีเดียว 758 00:40:53,203 --> 00:40:54,037 (เรย์ แนนซ์ - นักดนตรีแจ๊สไวโอลิน) 759 00:40:54,121 --> 00:40:57,082 ต้องมีการจัดการที่ดี ผมไม่สนว่าคุณเก่งแค่ไหน 760 00:40:57,165 --> 00:41:01,753 การบริหารจัดการที่ดี ต้องมาคู่กับความสำเร็จและความสามารถ 761 00:41:01,837 --> 00:41:04,047 เขาไม่เคยอยากยุ่งเรื่องธุรกิจเลยใช่ไหม 762 00:41:04,131 --> 00:41:06,592 เขาไม่ได้จ้างนักดนตรีในวงด้วยซ้ำ 763 00:41:06,675 --> 00:41:09,178 เขาสนใจแค่แตรตัวนั้น 764 00:41:15,851 --> 00:41:17,936 (แจ๊ส) 765 00:41:20,939 --> 00:41:22,774 (หลุยส์ อาร์มสตรองเป็นยอดนักทรัมเป็ต) 766 00:41:23,775 --> 00:41:25,694 เพราะเกลเซอร์อยู่กับหลุยส์ 767 00:41:25,777 --> 00:41:27,279 หลุยส์เคยเล่าให้เราฟัง 768 00:41:27,362 --> 00:41:28,405 (ทรัมมี่ ยัง - นักดนตรีแจ๊สทรอมโบน) 769 00:41:28,488 --> 00:41:30,616 พวกเขาเคยนั่งรถประจำทางลงใต้กับเกลเซอร์ 770 00:41:30,699 --> 00:41:32,659 ทุกคนแทบมีไม่พอกิน 771 00:41:32,743 --> 00:41:36,121 แต่เพราะเกลเซอร์ หลุยส์จึงเริ่มมีชื่อเสียงจริงจัง 772 00:41:36,205 --> 00:41:39,082 เกลเซอร์เริ่มทำการประชาสัมพันธ์ดีๆ ให้หลุยส์ 773 00:41:42,503 --> 00:41:43,754 (ชัค เซซิล - ผู้ประกาศข่าววิทยุ) 774 00:41:43,837 --> 00:41:47,341 ถึงปี 1935 น้อยคนที่ ไม่เคยได้ยินชื่อหลุยส์ อาร์มสตรอง 775 00:41:47,424 --> 00:41:50,135 และในปีนั้นคนกลุ่มนั้นก็หมดไป 776 00:41:50,219 --> 00:41:52,721 เมื่อเขาอัดเพลง "La Cucaracha" 777 00:41:52,804 --> 00:41:55,641 "Red Sails in the Sunset" "On Treasure Island" 778 00:41:57,142 --> 00:41:58,727 ฤดูร้อนปี 1936 779 00:41:58,810 --> 00:42:01,355 เขาบอกผมว่า "เราจะออกทัวร์เมืองละคืน 780 00:42:01,438 --> 00:42:02,439 (เลนนาร์ด เฟเธอร์ - นักเปียโนแจ๊ส) 781 00:42:02,523 --> 00:42:05,150 มานั่งรถไปด้วยกันไหม จะได้รู้ว่าเป็นยังไง" 782 00:42:05,234 --> 00:42:08,862 สมัยนั้นเป็นการเดินทางที่เหนื่อยมาก สำหรับนักดนตรี 783 00:42:08,946 --> 00:42:11,281 ยุคนั้นรถบัสไม่มีเครื่องปรับอากาศ 784 00:42:11,365 --> 00:42:13,158 เราเดินทางมาเกือบ 1,300 กิโลเมตร 785 00:42:13,242 --> 00:42:14,326 (ชาร์ลี โฮล์มส์ - นักดนตรีแจ๊สแซกโซโฟน) 786 00:42:14,409 --> 00:42:15,911 ตื่นขึ้นมาที แทบจะลุกยืนไม่ไหว 787 00:42:15,994 --> 00:42:19,039 นึกว่าจะเล่นเซ็ตแรกกันเบาๆ ก่อน หรืออะไรทำนองนั้น 788 00:42:19,122 --> 00:42:23,043 ไม่ได้ ต้องลุย นั่นเพลงแรกนะ 789 00:42:23,126 --> 00:42:24,461 โบ้มๆ โบ้ม 790 00:42:24,545 --> 00:42:26,922 ไม่มีแผ่ว เขามาเพื่อสร้างความบันเทิงแก่ผู้ชม 791 00:42:27,005 --> 00:42:29,216 เชื่อผมเถอะ เขาเชื่ออย่างนั้นจริงๆ 792 00:42:29,716 --> 00:42:33,053 ผมไม่เคยเจอหัวหน้าวงคนไหน ทนเจอแบบเขาได้ 793 00:42:33,136 --> 00:42:34,179 (แดน มอร์เกนสเติร์น นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 794 00:42:34,263 --> 00:42:36,139 หลุยส์เริ่มติดใจยาถ่าย 795 00:42:36,223 --> 00:42:38,559 เวลานั่งรถทัวร์วงดนตรีไปกับเขา 796 00:42:38,642 --> 00:42:42,229 เราไม่ค่อยรู้เรื่องยาถ่ายอะไรนัก 797 00:42:42,855 --> 00:42:46,942 เขาจะหาทางล่อให้เราดื่มบ้าง 798 00:42:47,025 --> 00:42:51,363 ตอนรู้จักเขาใหม่ๆ ตอนนั้นใช้ยาพลูโตวอเตอร์ 799 00:42:51,446 --> 00:42:55,993 ต่อมาก็เป็นสวิสคริส ซึ่งเขาชอบมาก 800 00:42:56,827 --> 00:42:59,746 สนุกกับการใช้ชีวิตอย่างกระตือรือร้น 801 00:43:00,247 --> 00:43:05,419 ความรู้สึกสดชื่นสดใส จากการขับถ่ายเป็นประจำทุกวัน 802 00:43:05,502 --> 00:43:11,717 อย่าได้คิดเชียวว่าสวิสคริสไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน ในการดำรงชีวิตของผม 803 00:43:11,800 --> 00:43:14,344 (สวิสคริส ยาถ่ายทำจากสมุนไพร) 804 00:43:14,428 --> 00:43:16,096 แต่ผมเชื่อมั่นในสมุนไพรอยู่แล้วนะ 805 00:43:16,180 --> 00:43:18,265 - แม่ผมชอบ… - เชื่อมั่นเหรอ 806 00:43:18,348 --> 00:43:19,349 - สมุนไพร - สมุนไพร 807 00:43:19,433 --> 00:43:22,186 คุณออกเสียงว่าไง "เฮิร์บ" หรือ "เอิร์บ" 808 00:43:22,269 --> 00:43:24,146 ไม่ ผม… ผมเรียก "ฮอยบ์" 809 00:43:24,229 --> 00:43:25,689 อ้อ โอเค 810 00:43:25,772 --> 00:43:26,857 - ผมเรียก "เฮิร์บ" - เฮิร์บนะ 811 00:43:26,940 --> 00:43:28,775 - เข้าใจตรงกันเนอะ - เฮิร์บ ได้ 812 00:43:28,859 --> 00:43:30,777 - มันทำให้เราเดินจ้ำพรวด - ยังไงนะครับ 813 00:43:30,861 --> 00:43:32,237 เอาเถอะ 814 00:43:32,821 --> 00:43:35,282 ผมบอก "ปล่อยโล่งหมดท้องไปเลยจ้า" 815 00:43:36,950 --> 00:43:39,620 เขาเชื่อว่ายาถ่าย 816 00:43:39,703 --> 00:43:43,540 เป็นยาสำคัญต่อสุขภาพ 817 00:43:44,374 --> 00:43:45,626 (ทรัมมี่ ยัง - นักดนตรีแจ๊สทรอมโบน) 818 00:43:45,709 --> 00:43:47,628 หมอร่วมเดินทางไปด้วย 819 00:43:47,711 --> 00:43:50,589 หมอชิฟฟ์บอกเราว่า "อย่าทดลองเลียนแบบเขาเชียวนะ 820 00:43:50,672 --> 00:43:52,883 เพราะเผลอๆ ได้ตายพรุ่งนี้เลย" 821 00:43:52,966 --> 00:43:56,970 หลุยส์น่าจะเป็นคนแข็งแรงที่สุด เท่าที่ผมเคยทำงานด้วย 822 00:43:57,054 --> 00:44:00,807 เพราะเขาไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างระวังเลย 823 00:44:00,891 --> 00:44:03,977 เขาใช้ชีวิตตามใจ ช่างมันฉันไม่แคร์ 824 00:44:04,061 --> 00:44:05,479 เขาใช้ชีวิตอย่างนั้นน่ะ 825 00:44:09,775 --> 00:44:11,443 เวลาห้านาฬิกาเช้านี้ 826 00:44:11,527 --> 00:44:13,403 หลุยส์ อาร์มสตรอง ต้องรีบถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 827 00:44:13,487 --> 00:44:14,696 (อิตาลี ปี 1959) 828 00:44:15,197 --> 00:44:19,743 หลุยส์มีประวัติเป็นโรคหัวใจมานานแล้ว 829 00:44:19,826 --> 00:44:22,120 เราเล่นคอนเสิร์ตที่สโปเลโต ประเทศอิตาลี 830 00:44:23,121 --> 00:44:25,666 เขาเกิดอาการหัวใจวายรุนแรงมากทีเดียว 831 00:44:26,583 --> 00:44:28,794 ที่สโปเลโต อิตาลี 832 00:44:29,378 --> 00:44:32,840 คนต้องไปตามนางพยาบาลพิเศษมาจากโรม 833 00:44:32,923 --> 00:44:34,132 นางมาถึงอย่างไวเลย 834 00:44:34,716 --> 00:44:36,593 อ๋อ ใช่ หน้าตาสะสวยด้วยนะ 835 00:44:36,677 --> 00:44:39,263 ว่าไงว่าตามกัน ฉันพยายามฟื้นตัวอยู่ 836 00:44:40,430 --> 00:44:43,350 ตอนพยาบาลถามว่า "อาฮะ ซาชโม เนอะ" 837 00:44:43,433 --> 00:44:46,478 - ถือปรอทวัดไข้มาด้วยนะ - อาฮะ 838 00:44:47,062 --> 00:44:48,730 ฉันก็ถาม "คุณจะเอามาทำอะไร" 839 00:44:48,814 --> 00:44:50,065 พยาบาลบอก… 840 00:44:50,148 --> 00:44:51,441 แล้วปรอทไว้นี่… 841 00:44:51,525 --> 00:44:52,818 ฉันตอบ "โอเค อ่า" 842 00:44:52,901 --> 00:44:53,986 "อ่า อะไร" 843 00:44:55,571 --> 00:44:57,739 แบบ "อ๊า คุณจะฆ่าผม" 844 00:44:58,782 --> 00:45:01,577 เรื่องนี้เป็นปาฏิหาริย์วงการบันเทิงเลยครับ 845 00:45:01,660 --> 00:45:03,078 (เอ๊ด ซัลลิแวน - พิธีกรโทรทัศน์) 846 00:45:03,161 --> 00:45:06,456 เพราะขณะที่หลุยส์ อาร์มสตรองอยู่กับเรา ที่สโปเลโต ประเทศอิตาลี 847 00:45:06,540 --> 00:45:09,126 บ๊อบ เพรคท์กับผมนึกว่าเขาจะไม่รอดแล้ว 848 00:45:09,209 --> 00:45:12,421 เพราะเขาป่วยหนักมากที่นั่น 849 00:45:12,504 --> 00:45:17,301 แทบสิ้นใจ แต่ฟื้นตัว และตอนนี้กลับมาเป่าแตรแล้ว 850 00:45:17,801 --> 00:45:20,262 (ภาพยนตร์ม้วนเดียวเท่าที่มีบันทึกการแสดง อาร์มสตรองขณะมีชีวิต) 851 00:45:20,345 --> 00:45:22,639 ไม่ละ ให้ตายก็ไม่ยกให้ใครทั้งนั้น 852 00:45:24,933 --> 00:45:28,562 ไม่ยกให้ใครเด็ดขาด เห็นแก่วิญญาณเหล่านั้น 853 00:45:39,239 --> 00:45:44,870 ไม่ยอมยกหวานใจให้ใครทั้งนั้น 854 00:45:47,915 --> 00:45:51,001 วันก่อนผมเจอคนมาจากซานซิบาร์ 855 00:45:52,127 --> 00:45:56,006 เขาเล่าเรื่องอคติทางชาติพันธุ์สีผิว ให้ฟังเยอะมาก 856 00:45:56,089 --> 00:45:58,383 - ที่ไหน - ที่แอฟริกาตะวันออก 857 00:45:58,884 --> 00:46:00,844 หา แอฟริกาเหรอ พูดว่าทั่วทั้งโลกดีกว่ามั้ง 858 00:46:00,928 --> 00:46:02,721 อยู่ที่นี่ก็เจออคติ ล้อเล่นรึเปล่า 859 00:46:03,931 --> 00:46:05,933 - เขา… - ทั่วทั้งโลก 860 00:46:06,016 --> 00:46:07,726 - ไม่ใช่แค่แอฟริกา - เจอเยอะเลย 861 00:46:07,809 --> 00:46:09,770 - ที่นี่ก็มีอคติ - ที่นี่เหรอ 862 00:46:09,853 --> 00:46:11,522 ใช่ ทุกหนทุกแห่ง 863 00:46:11,605 --> 00:46:14,942 - ที่นี่เป็นยังไง - เอ่อ มีให้เห็นทั่วไปหมด 864 00:46:15,651 --> 00:46:17,778 คุณพอจะมีตัวอย่างเหตุการณ์ที่นี่ไหม 865 00:46:17,861 --> 00:46:19,947 มีตัวอย่างมากมายให้เห็น 866 00:46:20,030 --> 00:46:22,282 ผมออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ภายในหนึ่งชั่วโมง 867 00:46:22,366 --> 00:46:25,661 มาดูกันว่าผมเจอสถานการณ์ที่มีอคติ ชาติพันธุ์สีผิวตรงไหนบ้าง 868 00:46:25,744 --> 00:46:26,787 (ห้องสัมภาระคนขาว) 869 00:46:26,870 --> 00:46:29,039 การกดขี่ทางชาติพันธุ์รุนแรงจนไม่น่าเชื่อ 870 00:46:29,122 --> 00:46:30,415 (เลนนาร์ด เฟเธอร์ - นักเปียโนแจ๊ส) 871 00:46:30,499 --> 00:46:32,084 ผมว่าเราต้องเป็นพวกเขา 872 00:46:32,167 --> 00:46:33,669 หรือใกล้ชิดกับพวกเขามากๆ 873 00:46:33,752 --> 00:46:37,339 จึงจะเข้าใจชีวิตของคนดำในยุคนั้น 874 00:46:37,422 --> 00:46:39,174 ดูจากภายนอก 875 00:46:39,258 --> 00:46:43,720 เหมือนนักดนตรีผิวดำ และคนดำมากมายยอมรับสภาพ 876 00:46:43,804 --> 00:46:46,390 หรือพยายามใช้ชีวิตกันเท่าที่ทำได้ 877 00:46:46,473 --> 00:46:50,644 แต่ความรังเกียจเดียดฉันท์มันรุนแรงมหาศาล 878 00:46:51,144 --> 00:46:53,564 สภาพความเป็นอยู่… 879 00:46:53,647 --> 00:46:57,025 อย่างแค่จะหาที่ซุกหัวนอนสักคืน 880 00:46:57,609 --> 00:46:59,736 หาร้านกินข้าวสักแห่งก็ลำบาก 881 00:46:59,820 --> 00:47:03,115 ทุกอย่างมีแต่อุปสรรคขัดขวาง เพราะทุกอย่างแบ่งแยก 882 00:47:03,198 --> 00:47:05,033 ขนาดนี่พูดถึงนิวยอร์กแล้วนะ 883 00:47:05,117 --> 00:47:08,245 การต้องฟันฝ่าความชิงชังแบ่งแยก แบบนี้มันน่าเศร้า 884 00:47:08,328 --> 00:47:09,454 (แดนนี่ บาร์เคอร์ - นักกีตาร์) 885 00:47:09,538 --> 00:47:10,789 เราต้องอึด 886 00:47:10,873 --> 00:47:13,500 เพราะความเหยียดหยามชิงชัง มันซ่อนอยู่ในท่าที 887 00:47:13,584 --> 00:47:17,171 ฆ่านักดนตรีที่ไม่เข้าใจกฎสังคมไปเยอะมาก 888 00:47:19,423 --> 00:47:20,841 (อาร์มสตรองเขียน ปี 1967 อ่านโดยนาส) 889 00:47:20,924 --> 00:47:23,886 "รู้ไหม ฉันเล่นในโรงแรม สารพัดแห่งที่เขาไม่ยอมให้ฉันนอนที่นั่น 890 00:47:23,969 --> 00:47:27,347 สมัยยังไม่ลืมตาอ้าปาก ชีวิตคนดำเหมือนตกนรกทั้งเป็น 891 00:47:28,056 --> 00:47:32,895 เวลาเดินทางก็ไม่มีที่ให้กิน นอน หรือเข้าห้องน้ำ 892 00:47:33,395 --> 00:47:37,191 คนงานสถานีรถประจำทาง พอเห็นรถทัวร์วงดนตรีคนดำเข้ามา 893 00:47:37,274 --> 00:47:39,651 เขาก็รีบแจ้นไปล็อคประตูห้องน้ำ 894 00:47:40,861 --> 00:47:42,821 ครั้งหนึ่งที่ดัลลาส เทกซัส 895 00:47:42,905 --> 00:47:46,617 คนคุ้นเคยกันเข้ามาห้าม ไม่ให้ฉันเข้าโรงแรมที่จะไปเล่นดนตรีคืนนั้น 896 00:47:46,700 --> 00:47:49,203 ฉันแต่งสูททักซิโด้ด้วยนะ 897 00:47:49,286 --> 00:47:52,331 เขาบอกว่าต้องอ้อมไปเข้าข้างหลังโน่น" 898 00:47:54,458 --> 00:47:56,168 ที่เมมฟิส ตรงสถานีรถประจำทาง… 899 00:47:56,251 --> 00:47:57,669 (จอร์จ เจมส์ - นักดนตรีแจ๊สแซกโซโฟน) 900 00:47:57,753 --> 00:47:59,838 เขาอ้างว่ารถทัวร์ต้องซ่อม 901 00:47:59,922 --> 00:48:02,341 เขาจะขับไปตรวจสอบข้างหลัง 902 00:48:02,424 --> 00:48:06,053 มีครั้งหนึ่ง คนในวงของหลุยส์ยังหนุ่มๆ ทั้งนั้น 903 00:48:06,136 --> 00:48:08,931 แล้วก็เป็นกลุ่มคนหัวรั้นพอกัน 904 00:48:09,014 --> 00:48:11,642 กับใครหน้าไหนก็ตาม เมื่อพวกเขาคิดว่าตัวเองไม่ผิด 905 00:48:11,725 --> 00:48:13,727 ไม่มีใครยอมให้ลากรถไป 906 00:48:13,810 --> 00:48:17,940 คนเลยแจ้งตำรวจให้มาจับเรา ข้อหาก่อความไม่สงบ 907 00:48:18,023 --> 00:48:20,776 ตั้งใจจะเผาสัมภาระเราทิ้งหมด 908 00:48:20,859 --> 00:48:22,277 กระเป๋าเดินทาง ทุกสิ่งอย่าง 909 00:48:22,361 --> 00:48:24,154 แล้วก็จับเราเข้าคุกจริงๆ 910 00:48:24,238 --> 00:48:26,073 พวกเขาจับเราทุกคน 911 00:48:26,156 --> 00:48:29,284 ครั้งหนึ่งเขาไปเล่นที่แอลเอ จำไม่ได้ว่าที่ไหน 912 00:48:29,368 --> 00:48:30,536 (อาร์ตี้ ชอว์ - นักดนตรีแจ๊สคลาริเน็ต) 913 00:48:30,619 --> 00:48:33,580 ผมกับเพื่อนคนอื่นๆ ขับรถมาฟังเขาเล่น 914 00:48:34,081 --> 00:48:37,292 เรา เอ่อ ไปถึงที่นั่น ได้โต๊ะมา 915 00:48:37,376 --> 00:48:38,752 แล้วหลุยส์เห็นผม 916 00:48:38,836 --> 00:48:40,671 เขากำลังให้สัมภาษณ์ทางวิทยุ 917 00:48:40,754 --> 00:48:42,798 พอสัมภาษณ์เสร็จ 918 00:48:42,881 --> 00:48:44,758 เขาก็หายไปหลังเวที 919 00:48:44,842 --> 00:48:45,968 ผมก็รอ 920 00:48:46,510 --> 00:48:49,012 นึกว่าเขาจะออกมาดื่มเหล้าด้วย 921 00:48:49,096 --> 00:48:51,098 หรือดื่มโค้ก กาแฟสักแก้วก็ได้ 922 00:48:51,181 --> 00:48:53,725 แต่เขาไม่ออกมาอีก ผมรออยู่สิบนาที 923 00:48:53,809 --> 00:48:56,395 สุดท้ายสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเลยไปหลังเวที 924 00:48:56,478 --> 00:48:58,772 เขานั่งพิมพ์ดีดอยู่ข้างหลังตรงนั้น 925 00:48:58,856 --> 00:49:00,899 เขาเขียนจดหมายดีๆ เสมอ 926 00:49:00,983 --> 00:49:03,861 ผมทัก "ไงป๋า" เขาก็ "อ้าว อาร์ตี้ สบายดีไหม" 927 00:49:03,944 --> 00:49:06,113 ผมบอก "ไอ้ผมก็เข้าใจว่าป๋า 928 00:49:06,196 --> 00:49:07,656 จะแวะมาที่โต๊ะผม" 929 00:49:07,739 --> 00:49:09,950 เขามองหน้าผม ตอบว่า "โอ๊ย ไปนั่งด้วยไม่ได้หรอก" 930 00:49:10,033 --> 00:49:12,536 ผมถามว่าทำไม เขาบอก "โอ๊ย คนไม่ยอมให้ไปนั่ง… 931 00:49:12,619 --> 00:49:14,663 เออ ฉันนั่งโต๊ะแขกไม่ได้น่ะ" 932 00:49:15,247 --> 00:49:17,249 ผมมองหน้าเขาแบบตกตะลึงอย่างที่สุด 933 00:49:17,332 --> 00:49:21,170 ความรู้สึกแรกคือ "มาเล่นในที่แบบนี้ทำไมวะ" 934 00:49:21,253 --> 00:49:24,715 ความรู้สึกต่อมาค่อยอยู่กับความเป็นจริง คนจ้างไปเล่นที่ไหนก็ต้องไป 935 00:49:25,215 --> 00:49:28,552 หลุยส์ไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอนนี้ เราเรียกว่าการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง 936 00:49:28,635 --> 00:49:32,723 หลุยส์ต่อสู้ตามลำพังเพื่อเอาชีวิตรอด 937 00:49:32,806 --> 00:49:36,351 ผมว่าศักดิ์ศรีทำให้เขาเอาชนะ 938 00:49:36,435 --> 00:49:39,313 ผ่านพ้นสภาพการทำงานเลวร้ายนั้นมาได้ 939 00:49:39,980 --> 00:49:41,523 (อาร์มสตรองเขียน ปี 1967 อ่านโดยนาส) 940 00:49:41,607 --> 00:49:43,400 "เมื่อเวลาผ่านไป ฉันมีชื่อเสียง 941 00:49:43,483 --> 00:49:45,152 ฉันต้องเขียนไว้ในสัญญา 942 00:49:45,235 --> 00:49:48,071 ฉันจะไม่เล่นในที่ที่ห้ามฉันเข้าพัก 943 00:49:48,572 --> 00:49:54,036 ฉันเป็นคนดำคนแรกในวงการที่เจาะเข้า โรงแรมหรูหราของคนขาว 944 00:49:54,119 --> 00:49:56,663 เออสิ ฉันนี่แหละเป็นผู้บุกเบิก ป๋า" 945 00:50:02,669 --> 00:50:03,879 (บาร์นีย์ บิการ์ด - นักดนตรีแจ๊สคลาริเน็ต) 946 00:50:03,962 --> 00:50:05,923 คนเบื่อหน่ายกับสถานการณ์ 947 00:50:06,006 --> 00:50:10,010 ที่แบ่งแยกโน่นนี่ 948 00:50:10,093 --> 00:50:13,096 ถ้าคนคนหนึ่งมีความสามารถ 949 00:50:13,889 --> 00:50:19,019 ถ้าเขาทำได้ตามที่หัวหน้าวงต้องการ 950 00:50:19,102 --> 00:50:20,270 (แจ็ค ทีการ์เด้น - นักทรอมโบน) 951 00:50:20,354 --> 00:50:22,022 เขาอยากจ้างใครก็ควรจะได้จ้าง 952 00:50:25,150 --> 00:50:29,238 เก้าอี้โยกเก่าๆ สะเทือนใจฉัน 953 00:50:29,321 --> 00:50:31,573 เก้าอี้โยกเก่าๆ ตัวนั้น สะเทือนอกพ่อ 954 00:50:31,657 --> 00:50:33,867 ดนตรีเป็นสิ่งวิเศษและเป็นประชาธิปไตย 955 00:50:33,951 --> 00:50:34,993 (เฟรด ร็อบบิ้นส์ - นักข่าววิทยุ) 956 00:50:35,077 --> 00:50:37,287 ถูกต้อง เราไปทุกที่ด้วยกัน 957 00:50:37,371 --> 00:50:39,665 เราไม่เคยทะเลาะถกเถียงกัน 958 00:50:39,748 --> 00:50:41,875 เราไม่กังวลเรื่องสีผิว 959 00:50:41,959 --> 00:50:43,919 จิน ลูกพ่อ 960 00:50:44,002 --> 00:50:47,381 พ่อไม่กินจินไม่ใช่หรือ 961 00:50:47,464 --> 00:50:50,300 สมัยก่อน ช่วงแรกๆ เราขึ้นเวทีด้วยกัน 962 00:50:50,384 --> 00:50:52,135 ตอนนั้นไม่เกิดการแบ่งแยก 963 00:50:52,219 --> 00:50:55,806 ผมกับแจ็คถกปัญหา ทำลายกำแพงไปด้วยกัน 964 00:50:56,390 --> 00:50:59,351 ลงใต้ด้วยกัน ไปทั่วทุกแห่งเลย 965 00:51:00,519 --> 00:51:02,688 บางคนมาถาม 966 00:51:02,771 --> 00:51:04,773 ถามว่า "ป๋าจะพาแจ็ค ทีการ์เด้นไปด้วยเหรอ" 967 00:51:04,857 --> 00:51:08,819 ฉันบอกไป "แล้วห้ามคนขาวไม่ให้ลงใต้ได้เหรอ" 968 00:51:09,319 --> 00:51:12,614 เราตะลอนผ่านนิวออร์ลีนส์ เทกซัส… 969 00:51:14,157 --> 00:51:16,368 ผมว่าเหนือกว่ากฎหมาย 970 00:51:16,451 --> 00:51:21,081 ดนตรีช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธุ์ ดีขึ้นในช่วงหลายปีนั้น 971 00:51:21,164 --> 00:51:23,125 - ใช่ไหมป๋า - ช่วยได้เยอะ 972 00:51:23,208 --> 00:51:26,503 จำหนุ่มคนขาวนั่นได้ไหม คนที่เป็นกะลาสีน่ะ 973 00:51:27,004 --> 00:51:29,798 คนที่ประจำเรือรบที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ 974 00:51:30,299 --> 00:51:31,884 เขามาดูการแสดง 975 00:51:31,967 --> 00:51:35,596 ปรากฏว่าเขามีแผ่นเสียงฉันเกือบครบ 976 00:51:35,679 --> 00:51:38,557 ตั้งแต่สมัยเด็กๆ แม้กระทั่งพ่อแม่เขา 977 00:51:38,640 --> 00:51:41,852 แต่ยังไงก็เถอะ เขาพูดจาแบบนั้นอยู่ดี 978 00:51:41,935 --> 00:51:45,480 เขามาจับมือฉันหลังการแสดง 979 00:51:46,064 --> 00:51:50,235 เขาบอกว่า "จะว่าไปนะ ผมไม่ชอบนิโกร" 980 00:51:50,319 --> 00:51:53,530 บอกต่อหน้ากูนี่แหละ ไอ้ห่านั่น 981 00:51:53,614 --> 00:51:57,492 ฉันเลยบอกว่า "เออ ขอนับถือความจริงใจว่ะ" 982 00:51:58,327 --> 00:52:00,078 เขาบอก "ผมไม่ชอบนิโกร 983 00:52:00,162 --> 00:52:02,331 แต่คลั่งรักคนเถื่อนอย่างคุณมากเลยจ้ะ" 984 00:52:02,414 --> 00:52:03,415 ใช่ไหม 985 00:52:03,498 --> 00:52:06,084 ทีนี้นะ ถ้านับคนขาวส่วนใหญ่ 986 00:52:06,168 --> 00:52:09,796 สองในสามไม่ชอบคนดำหรอก 987 00:52:09,880 --> 00:52:15,260 แต่มันจะมีไอ้ดำอยู่คนหนึ่งที่พวกเขาคลั่งไคล้ ให้ตายสิ 988 00:52:17,054 --> 00:52:18,055 โคตรเซ็งเลยนะ 989 00:52:18,138 --> 00:52:20,641 (บันทึกเสียงส่วนตัวของอาร์มสตรอง) 990 00:52:23,769 --> 00:52:24,895 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 991 00:52:24,978 --> 00:52:26,980 ป๋าเจออุปสรรคมาเยอะ 992 00:52:27,064 --> 00:52:28,649 เขาเผชิญกับมันอย่างมีสไตล์ 993 00:52:28,732 --> 00:52:32,778 รักษาสติไว้ให้มั่น และโอบรับชีวิตด้วยความปีติยินดี 994 00:52:32,861 --> 00:52:36,823 ไม่ใช่แค่สุขตื้นเขิน แต่เป็นความปีติสุขล้น 995 00:52:40,494 --> 00:52:44,331 ในหัวใจของเขามีพรประเสริฐ ซึ่งเขาเองรู้ตัวดี 996 00:52:46,124 --> 00:52:50,212 จำได้ว่าผมเคยเป็นเพื่อนบ้าน หลุยส์ อาร์มสตรอง 997 00:52:50,754 --> 00:52:56,093 บ้านเราอยู่ห่างกันถนนเดียว ตลอด 15 ปีในโคโรนา ควีนส์ รัฐนิวยอร์ก 998 00:52:56,176 --> 00:52:58,095 (ดิซซี่ กิลเลสพี - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 999 00:52:58,178 --> 00:53:00,681 ผมไปบ้านป๋าเพื่ออวยพรวันเกิด 1000 00:53:03,058 --> 00:53:04,977 และเอาของขวัญไปให้ 1001 00:53:05,060 --> 00:53:11,567 แต่สุดท้ายผมกลับได้ของขวัญให้ตัวเอง และของขวัญให้ภรรยา ลอร์เรน 1002 00:53:12,651 --> 00:53:14,403 ถ้าชีวิตกำลังลำบาก 1003 00:53:14,486 --> 00:53:15,320 (ลูซิลล์ อาร์มสตรอง - ภรรยา) 1004 00:53:15,404 --> 00:53:17,489 แล้วขาดเหลืออะไร ถ้ามาหาหลุยส์ เราจะได้ไป 1005 00:53:17,573 --> 00:53:18,407 เขาเป็นคนยุคเก่า 1006 00:53:18,490 --> 00:53:21,743 ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยที่อยู่นิวออร์ลีนส์ 1007 00:53:21,827 --> 00:53:23,161 ตั้งแต่หลุยส์เป็นเด็กกำลังโต 1008 00:53:23,245 --> 00:53:25,038 วิถีชีวิตที่นั่นเป็นแบบนั้น 1009 00:53:25,122 --> 00:53:26,456 ทุกคนยากจน 1010 00:53:26,957 --> 00:53:29,209 ถ้าใครมีมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย 1011 00:53:29,793 --> 00:53:32,754 เขาจะแบ่งให้คนมีน้อยได้มีเพิ่มขึ้นอีกนิด 1012 00:53:32,838 --> 00:53:34,214 เขาไม่เคยทิ้งนิสัยนั้น 1013 00:53:34,298 --> 00:53:36,133 เขาชอบทำความรู้จักคน 1014 00:53:36,216 --> 00:53:38,760 หลุยส์เป็นคนอย่างนั้น ฉันว่าใครๆ ก็รู้ 1015 00:53:38,844 --> 00:53:41,805 เรามองหลุยส์ แล้วจะเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา 1016 00:53:42,389 --> 00:53:44,433 ทั้งที่หลุยส์ประสบความสำเร็จมากมายขนาดนั้น 1017 00:53:45,142 --> 00:53:48,520 หลุยส์ยังเป็นผู้ชายข้างถนนคนเดิม 1018 00:53:50,814 --> 00:53:53,859 โรงละครรอยัลเธียเตอร์อยู่ในย่านคนดำยากจน 1019 00:53:54,484 --> 00:53:56,570 คนยากไร้จริงๆ บอกเลย 1020 00:53:57,196 --> 00:53:59,323 จนกระทั่งเราไปถึงเมืองนั้น 1021 00:53:59,406 --> 00:54:02,659 ที่จริงมันหนาวกว่าย่านอื่นด้วย 1022 00:54:02,743 --> 00:54:07,206 หนาวจนไอ้นั่นแทบหลุด… 1023 00:54:07,289 --> 00:54:08,415 เออ ไม่พูดต่อละ 1024 00:54:08,498 --> 00:54:14,379 พอได้ข่าวว่าคนยากไร้พวกนี้ไม่มีเงินซื้อถ่าน 1025 00:54:14,463 --> 00:54:16,006 ผมเลยซื้อไปให้ 1026 00:54:16,507 --> 00:54:20,677 ผมไปลานขายถ่าน สั่งถ่านเยอะมาก 1027 00:54:20,761 --> 00:54:25,224 สั่งให้ไปส่งที่ล็อบบี้รอยัลเธียเตอร์ 1028 00:54:25,974 --> 00:54:31,271 แล้วบอกให้คนที่จำเป็นต้องใช้มาหยิบเอง 1029 00:54:31,355 --> 00:54:33,315 พวกเขาดีใจมากเลย 1030 00:54:33,398 --> 00:54:38,070 เรื่องนั้นทำให้ผมยืดอกอย่างภาคภูมิใจด้วย 1031 00:54:39,780 --> 00:54:40,781 (แดนนี่ บาร์เคอร์ - นักกีตาร์) 1032 00:54:40,864 --> 00:54:43,200 การได้อยู่ใกล้เขา ได้เห็นพลังของเขา 1033 00:54:43,283 --> 00:54:44,660 เราเดินเข้าห้องแต่งตัวของเขา 1034 00:54:44,743 --> 00:54:49,081 เขาจะนั่งใส่กางเกงในตัวเดียว มีผ้าเช็ดตัวพาดตัก 1035 00:54:49,164 --> 00:54:52,918 อีกผืนพาดบ่า พันผ้าเช็ดหน้ารอบหัว 1036 00:54:53,001 --> 00:54:56,129 เขาเอาไขมันทารอบปาก 1037 00:54:56,213 --> 00:54:58,465 ดูอย่างกับตัวตลกวณิพกของคนขาว 1038 00:54:58,549 --> 00:55:01,134 เขาหัวเราะร่าเป็นธรรมชาติ เพราะเป็นคนอย่างนั้น 1039 00:55:01,218 --> 00:55:05,931 ในห้องนั้น บางครั้งอาจได้เจอแม่ชีสองคน โสเภณี 1040 00:55:06,014 --> 00:55:09,184 บางทีก็เจอคนที่เพิ่งพ้นโทษออกจากคุก 1041 00:55:09,268 --> 00:55:11,645 เจอแรบไบ เจอบาทหลวง 1042 00:55:12,271 --> 00:55:16,275 ทุกชนชั้นทางสังคม พบเจอได้ในห้องแต่งตัวนั้น 1043 00:55:16,358 --> 00:55:18,110 และเขาคุยกับทุกคน 1044 00:55:19,027 --> 00:55:20,279 (วันที่ 8 พฤศจิกายน ปี 1956) 1045 00:55:20,362 --> 00:55:21,822 อยากให้เจอลูกชายผมหน่อย 1046 00:55:21,905 --> 00:55:24,992 นั่นครั้งแรกที่เราเห็นคนขาว ท่าทางเป็นคนสำคัญ 1047 00:55:25,075 --> 00:55:29,329 ทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าบุคคลหนึ่ง 1048 00:55:29,413 --> 00:55:33,458 คนที่เปิดวงการและยกระดับโลกดนตรีน่ะ 1049 00:55:35,085 --> 00:55:36,962 รู้นี่นาว่าไม่ค่อยโกหกกัน 1050 00:55:45,721 --> 00:55:49,933 หนุ่มๆ ที่เธอไม่ได้มา หนุ่มๆ ที่เธอไม่ได้เจอ 1051 00:55:53,562 --> 00:55:56,231 หลุยส์ ชีวิตคุณหวือหวาไม่ใช่น้อย 1052 00:55:56,315 --> 00:55:58,525 ตั้งแต่รู้จักคุณมา คนเขากำลังทำหนังเรื่องของคุณ 1053 00:55:58,609 --> 00:56:01,236 สมัยนี้คนทำหนังเยอะแยะเลยนะ รู้ไหม 1054 00:56:01,320 --> 00:56:03,989 ได้ข่าวว่าจะทำหนังเรื่องคุณเสียที 1055 00:56:04,072 --> 00:56:06,408 อ้อ ดีใจจังที่เขาไม่มาหาผมแล้วบอกว่า 1056 00:56:06,491 --> 00:56:09,453 "คุณต้องเป็นดาราแน่เลย เห็นยิ้มยิงฟันก็ดูออก" 1057 00:56:12,247 --> 00:56:14,333 "ฉันทึ่งกับฮอลลีวูด 1058 00:56:14,416 --> 00:56:17,836 ไม่ว่าไปที่ไหน ทุกคนก็ต้อนรับอบอุ่น" 1059 00:56:17,920 --> 00:56:19,505 (เรียงความโดยอาร์มสตรอง ปี 1961 อ่านโดยนาส) 1060 00:56:19,588 --> 00:56:22,633 "แต่เราก็ยังเห็นคนทำพร็อพ ช่างไม้ เด็กเรียงคิวที่จิตใจคับแคบ 1061 00:56:22,716 --> 00:56:26,970 เหตุการณ์หนึ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุด เกิดขึ้นในปี 1952 1062 00:56:27,554 --> 00:56:29,473 ระหว่างถ่ายทำกลอรี่แอลลีย์" 1063 00:56:29,556 --> 00:56:32,893 (เมโทร โกลด์วิน เมเยอร์) 1064 00:56:34,019 --> 00:56:35,020 (กลอรี่แอลลีย์) 1065 00:56:35,103 --> 00:56:39,107 กลอรี่แอลลีย์ กลอรี่แอลลีย์ 1066 00:56:39,900 --> 00:56:44,738 ฟังเสียงแตรครวญในกลอรี่แอลลีย์ 1067 00:56:45,364 --> 00:56:48,116 ไอ้เผือกนี่เป็นแค่เด็กเรียงคิว 1068 00:56:48,200 --> 00:56:53,247 มันเรียกคิวตัวประกอบกับทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ 1069 00:56:53,330 --> 00:56:55,040 จากนั้นมันจะไปห้องแต่งตัวดารา 1070 00:56:55,123 --> 00:56:57,000 คอยบอกดาราว่าต้องออกกล้องเมื่อไหร่ 1071 00:56:57,084 --> 00:56:59,461 มันแกร่วอยู่ในกองถ่ายตลอด 1072 00:56:59,545 --> 00:57:00,796 - นึกออกไหม - ครับ 1073 00:57:00,879 --> 00:57:02,756 ทีนี้มันโผล่หัวมา 1074 00:57:02,840 --> 00:57:06,009 "คุณกิลเบิร์ต โรแลนด์ คุณคารอน" อะไรงั้นน่ะ 1075 00:57:06,093 --> 00:57:09,012 มันโผล่มาที่ห้องผมแล้วพูดจาเพ้อเจ้อมาก 1076 00:57:09,096 --> 00:57:10,931 "ซาชโม ออกมาได้ละ 1077 00:57:11,014 --> 00:57:14,184 ไม่งั้นจะเรียกแฮร์รี่ เจมส์มาแทนนะเว้ย" 1078 00:57:14,268 --> 00:57:15,978 ผมบอก "เฮ้ย ไอ้เวรตะไล 1079 00:57:16,061 --> 00:57:18,438 ถ้าเขาอยากได้แฮร์รี่ เจมส์ เขาก็จ้างไปนานแล้ว" 1080 00:57:18,522 --> 00:57:21,233 ผมบอกเลย "ก่อนอื่น เขาเล่นอย่างที่ฉันเล่นไม่ได้" 1081 00:57:21,316 --> 00:57:23,193 มันถามว่าทำไม ผมบอก "เพราะเขาทำไม่ได้ไง" 1082 00:57:23,277 --> 00:57:25,946 เราต้องกวนตีนกลับ 1083 00:57:26,029 --> 00:57:30,033 ผมบอก "ไปเลย ไปฟ้องเอ็มจีเอ็ม กูไม่สนแม่ง" 1084 00:57:30,117 --> 00:57:31,410 จากนั้นมันก็เลิกยุ่งกับผม 1085 00:57:31,493 --> 00:57:33,537 ผมบอก "กูไม่ใช่ดาราหนัง" 1086 00:57:33,620 --> 00:57:36,290 ผมถาม "ทำไมทำสันดานแบบนี้กับกู เพราะกูผิวดำเหรอ" 1087 00:57:36,373 --> 00:57:39,793 ผมไม่ชอบ เลยทำให้ดูว่า เจออะไรที่ไม่มีเหตุผลมันเป็นยังไง 1088 00:57:39,877 --> 00:57:43,380 เราจัดการไอ้คนขาวกระจอกๆ นั่น 1089 00:57:43,463 --> 00:57:45,924 คนที่ใสกวนตีนเรา พวกระดับบิ๊กๆ เขาจะชื่นชมเรา 1090 00:57:46,008 --> 00:57:47,843 เขาถ่ายหนังมากถึง 30 เรื่อง 1091 00:57:47,926 --> 00:57:52,264 "เกลนน์ มิลเลอร์ สตอรี่" เรื่องนั้นเลือกเขามารับบทที่ดีมาก 1092 00:57:52,347 --> 00:57:56,852 ใช่แล้ว เบซินสตรีทคือถนนสายนั้น 1093 00:57:56,935 --> 00:57:58,353 ("เกลนน์ มิลเลอร์ สตอรี่" - ปี 1954) 1094 00:57:58,437 --> 00:58:00,898 เมื่อผู้คนมาเจอกัน 1095 00:58:01,565 --> 00:58:02,566 เขาคือใครคะ 1096 00:58:03,442 --> 00:58:05,986 ใครรึ นั่นหลุยส์ อาร์มสตรอง 1097 00:58:06,069 --> 00:58:11,450 "อะซองวอสบอร์น" หลุยส์ไปเล่นดนตรีเฉยๆ 1098 00:58:11,533 --> 00:58:12,868 ("อะซองอีสบอร์น" - ปี 1948) 1099 00:58:12,951 --> 00:58:16,205 ใส่บีทจังเกิ้ลสักนิด ไปเล่นที่เบซินสตรีท 1100 00:58:16,288 --> 00:58:19,041 แจ้งเกิดเพลงแจ๊สทันที 1101 00:58:19,124 --> 00:58:22,127 เรื่อง "ไฮโซไซตี้" เขาแสดงเป็นตัวเอง หลุยส์ อาร์มสตรอง 1102 00:58:26,590 --> 00:58:28,050 ("ไฮโซไซตี้" - ปี 1956) 1103 00:58:28,133 --> 00:58:30,886 "ฮัลโหลดอลลี่!" นั่นเรื่องสุดท้าย 1104 00:58:30,969 --> 00:58:33,847 - อ้าว ฮัลโหล ดอลลี่ - อุ๊ยตาย คุณนี่ 1105 00:58:33,931 --> 00:58:35,224 ("ฮัลโหลดอลลี่" - ปี 1969) 1106 00:58:35,307 --> 00:58:38,143 - หลุยส์เองจ้ะ ดอลลี่ - ดีจ้ะ หลุยส์คนดี 1107 00:58:38,769 --> 00:58:41,605 ดีจริงที่คุณกลับมา 1108 00:58:41,688 --> 00:58:43,357 ยังที่ของคุณ 1109 00:58:43,440 --> 00:58:45,651 เขาไม่ได้เขียนบทให้ทั้งหมด 1110 00:58:45,734 --> 00:58:47,236 พวกบทพูดของตัวละคร… 1111 00:58:47,319 --> 00:58:51,823 ผมเลยได้เล่นเป็นตัวเองในหนัง ซึ่งนั่นน่ะ ดีจริง 1112 00:58:51,907 --> 00:58:56,036 ทุกคนไม่ได้เกิดมาเป็นซาราห์ เบิร์นฮาร์ท เจ้าบทบาทอะไรอย่างนั้น 1113 00:58:56,537 --> 00:58:58,163 คนแค่ขอให้ผมเป็นตัวของตัวเอง 1114 00:58:59,122 --> 00:59:02,459 ทุกวันมีแต่ความสุข เพราะฉันเกิดมาตัวเปล่า 1115 00:59:03,085 --> 00:59:04,670 มาอย่างคนตัวเปล่า 1116 00:59:04,753 --> 00:59:06,755 ฉันลืมตาดูโลก 1117 00:59:06,839 --> 00:59:10,884 มาตัวเปล่า แต่ยินดีมีสุขกับการเล่นดนตรี 1118 00:59:10,968 --> 00:59:14,221 สิ่งที่ได้รับเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่ามันคืออะไร 1119 00:59:14,304 --> 00:59:16,682 นับว่ามีมากกว่าที่เคยมีมาตลอดแล้ว 1120 00:59:16,765 --> 00:59:20,519 ตอนนี้ก็ยังมีมากกว่าที่เคยมีมา 1121 00:59:20,602 --> 00:59:23,647 แฟนๆ ยังมีความสุขกับซาชโม 1122 00:59:23,730 --> 00:59:27,943 ฉันไม่สนหรอก ต่อให้ใครมีเงินเป็นหมื่นเป็นพันล้าน 1123 00:59:28,026 --> 00:59:32,447 ใครก็ไม่สุขใจไปกว่า หลุยส์ ซาชโม อาร์มสตรอง กับลูซิลล์ 1124 00:59:32,531 --> 00:59:38,078 เราไม่เคยอยากมีคฤหาสน์ใหญ่โต ที่คนใช้เดินชนกัน 1125 00:59:38,161 --> 00:59:41,874 ต้องมารับใช้คนผิวสี แล้ว… เราไม่ต้องการแบบนั้น 1126 00:59:41,957 --> 00:59:44,835 ฉันอยากใช้ชีวิตเหมือนที่เกิดมา… ด้วยตัวเอง 1127 00:59:44,918 --> 00:59:51,008 แม่เมย์แอนสอนให้ชื่นชมเรื่องพื้นฐานในชีวิต 1128 00:59:51,091 --> 00:59:52,342 ที่เหลือช่างหัวมัน 1129 00:59:58,515 --> 01:00:01,727 ขอสารภาพ ฉันรักเธอแล้ว 1130 01:00:04,897 --> 01:00:08,775 บอกทีแก้วตา รักฉันบ้างไหม 1131 01:00:11,111 --> 01:00:15,407 ขอสารภาพ ต้องการเธอสุดหัวใจ 1132 01:00:16,408 --> 01:00:18,160 แสนสุดหัวใจ 1133 01:00:18,660 --> 01:00:22,456 ที่รัก ต้องการเธอในทุกโมงยาม 1134 01:00:22,539 --> 01:00:23,665 จริงรึ 1135 01:00:23,749 --> 01:00:25,626 ลูซิลล์ เขาขอแต่งงานยังไงครับ 1136 01:00:25,709 --> 01:00:27,503 - เขาบอกคุณว่าอะไร - เอ่อ ที่จริง… 1137 01:00:27,586 --> 01:00:31,298 - พวกคุณคบกันนานไหม - ประมาณสองปีค่ะ 1138 01:00:31,882 --> 01:00:33,592 - สองปีเหรอ - ใช่ค่ะ 1139 01:00:33,675 --> 01:00:35,969 งั้นก็ไม่ใช่รักแรกพบน่ะสิ หลุยส์ 1140 01:00:36,053 --> 01:00:37,638 ตอนนั้นก็รักอยู่ไม่น้อยนะ 1141 01:00:39,389 --> 01:00:41,141 แต่ไม่ใช่รักแรกพบ เข้าใจละ 1142 01:00:41,225 --> 01:00:43,268 แหม ฉันเป็นภรรยาคนที่สี่ของหลุยส์ 1143 01:00:43,352 --> 01:00:44,394 - อ้อ ครับ - อือฮึ 1144 01:00:44,478 --> 01:00:48,273 เขาแยกทางกับภรรยาคนที่สาม 1145 01:00:48,357 --> 01:00:50,776 ตอนนั้นเราจึงแต่งงานกันไม่ได้ 1146 01:00:51,360 --> 01:00:53,612 เขาเอาแต่พูดว่า "เธออย่าเพิ่งไปไหนนะ 1147 01:00:53,695 --> 01:00:55,489 คอยป๋าก่อน" 1148 01:00:55,572 --> 01:00:57,407 "แล้วฉันจะหย่า" นั่นแหละค่ะ 1149 01:00:57,491 --> 01:00:59,368 เขาดูแล… ภรรยาเก่าได้ค่าเลี้ยงดู 1150 01:00:59,451 --> 01:01:01,662 - นางเลยไม่ยอมเลิก - ใช่ 1151 01:01:01,745 --> 01:01:03,205 ฉันก็แค่ขำ 1152 01:01:04,623 --> 01:01:07,000 เขาบอกฉันว่า "รอก่อนนะ อย่าไปไหน 1153 01:01:07,084 --> 01:01:09,628 สักวันหนึ่ง ฉันจะ… 1154 01:01:09,711 --> 01:01:11,713 เดี๋ยวนางก็ยอมหย่า เราจะได้แต่งงานกัน" 1155 01:01:11,797 --> 01:01:15,050 - ใช่ - ฉันยังสาว แต่ต้องรอนานแค่ไหนล่ะ 1156 01:01:15,551 --> 01:01:18,512 ฉันเลยควงหนุ่มๆ คนอื่นบ้าง 1157 01:01:18,595 --> 01:01:19,972 หลุยส์ก็เบื่อเอง 1158 01:01:20,055 --> 01:01:21,682 เขาบอกว่า "ฉันรั้งเธอไม่ได้ 1159 01:01:21,765 --> 01:01:22,975 งั้นฉันแต่งกับเธอดีกว่า" 1160 01:01:23,058 --> 01:01:24,643 - ถูกต้อง - "ฉันจะไปหย่า" 1161 01:01:26,061 --> 01:01:29,523 ขอเดานะ เธอเองก็รักฉัน แก้วตา 1162 01:01:29,606 --> 01:01:31,525 ใช่แน่ 1163 01:01:32,985 --> 01:01:37,614 เฝ้าฝันถึงเธอเพ้อพกไปวันๆ 1164 01:01:40,117 --> 01:01:44,413 ขอสารภาพ ฉันรักเธอนะ 1165 01:01:47,207 --> 01:01:48,208 จุ๊บหน่อย 1166 01:01:48,709 --> 01:01:52,254 ครั้งแล้วครั้งเล่า 1167 01:01:58,218 --> 01:02:03,932 ที่ผ่านมา คุณว่าอะไรเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดครับ 1168 01:02:04,516 --> 01:02:08,187 ภรรยาคนที่สี่ทำบ้านไว้อย่างดี 1169 01:02:08,687 --> 01:02:12,482 ไม่หรูหราอะไร แค่เป็นที่ให้เราลงหลักปักฐาน 1170 01:02:12,566 --> 01:02:14,443 ปราสาทของเรา 1171 01:02:14,526 --> 01:02:18,530 สุขใจที่ได้กลับบ้าน ผมถึงได้ยกเลิกทัวร์ 1172 01:02:18,614 --> 01:02:20,240 (รีล 10) 1173 01:02:22,075 --> 01:02:27,414 เลขที่ 3456 ถนนสาย 107 1174 01:02:27,497 --> 01:02:29,750 - สาย 107 เหรอ - ใช่ ถนน 1175 01:02:30,334 --> 01:02:33,629 โคโรนา นิวยอร์ก ย่านควีนส์ 1176 01:02:33,712 --> 01:02:37,299 น่าจะแถวลองไอส์แลนด์ แต่หลายคนยังนับเป็นนิวยอร์ก 1177 01:02:38,800 --> 01:02:39,801 (ลูซิลล์ อาร์มสตรอง - ภรรยา) 1178 01:02:39,885 --> 01:02:41,261 ตอนแรกเราพักที่ห้องชุดของฉัน 1179 01:02:41,345 --> 01:02:44,890 แต่แม่ฉันต้องย้ายออกจากห้องนอนท่าน มาใช้ห้องเล็กของฉันแทน 1180 01:02:44,973 --> 01:02:46,642 เพื่อให้ฉันกับหลุยส์ใช้ห้องใหญ่ 1181 01:02:46,725 --> 01:02:49,061 ในช่วงวันที่เรากลับบ้าน 1182 01:02:49,144 --> 01:02:51,230 ฉันเลยตัดสินใจซื้อบ้านค่ะ 1183 01:02:51,813 --> 01:02:54,191 ฉันบอกหลุยส์ว่า "ซื้อบ้านกันเถอะ" 1184 01:02:54,274 --> 01:02:56,985 เขาถามว่า "อยากมีบ้านไปเพื่ออะไร 1185 01:02:57,069 --> 01:03:00,322 เราเดินสายออกทัวร์ ฉันเปิดห้องโรงแรมก็ได้" 1186 01:03:00,405 --> 01:03:03,742 ฉันไม่ยอมแกร่วอยู่ในห้องโรงแรมเด็ดขาด 1187 01:03:03,825 --> 01:03:07,412 หลังจากแต่งงานกับหลุยส์ไปหลายเดือน 1188 01:03:07,496 --> 01:03:13,001 ฉันได้รู้ว่าเถียงกับหลุยส์มันไม่ง่าย 1189 01:03:13,794 --> 01:03:15,504 ถ้าเขาตัดสินใจอะไรแล้ว 1190 01:03:15,587 --> 01:03:18,924 เขามั่นใจมากทีเดียวว่าเราเปลี่ยนใจเขาไม่ได้ 1191 01:03:19,007 --> 01:03:21,260 เขาเอาแต่ไม่อยากจะมีบ้าน 1192 01:03:21,343 --> 01:03:23,470 ฉันเองก็เป็นคนหัวรั้นมาก 1193 01:03:23,971 --> 01:03:26,932 ฉันเลยบอกว่า "อีตาคนนี้ไม่เข้าใจ ความสำคัญของบ้าน" 1194 01:03:27,015 --> 01:03:28,016 (เอกสารปิดท้าย) 1195 01:03:28,100 --> 01:03:30,561 ฉันซื้อบ้านเองโดยไม่บอกเขา 1196 01:03:30,644 --> 01:03:33,355 ฉันมีบ้านแปดเดือนก่อนจะบอกหลุยส์ 1197 01:03:34,356 --> 01:03:36,358 แปดเดือนเต็มๆ 1198 01:03:36,441 --> 01:03:40,028 ระหว่างนั้น แม่จะเขียนมาเล่าความคืบหน้า 1199 01:03:40,112 --> 01:03:43,031 บอกว่ากำลังปลูกดอกไม้ กำลังทำโน่นทำนี่ 1200 01:03:43,657 --> 01:03:46,618 ในที่สุดฉันก็บอกเขา สองอาทิตย์ ก่อนเรากลับนิวยอร์ก 1201 01:03:46,702 --> 01:03:49,621 ฉันบอกเขาว่า "ป๋า ฉันมีเรื่องจะบอก" 1202 01:03:50,414 --> 01:03:52,541 เขาก็ถาม "อ้าว ไปทำอะไรเข้าล่ะนี่" 1203 01:03:52,624 --> 01:03:53,959 ฉันบอกว่า "ไม่ได้ทำอะไรเลย… 1204 01:03:54,042 --> 01:03:56,670 ฉันว่าป๋าไม่น่าจะไม่ปลื้มกับเรื่องที่ฉันทำนะ 1205 01:03:56,753 --> 01:04:00,924 แต่ฉันอยากบอกว่า เอ่อ เราย้ายบ้านแล้ว" 1206 01:04:01,008 --> 01:04:03,302 เขาอึ้ง "อะไรนะ ย้ายเหรอ" 1207 01:04:03,385 --> 01:04:05,387 เขาว่า "ไม่เป็นไร เธอหาห้องใหญ่ขึ้นใช่ไหม" 1208 01:04:05,470 --> 01:04:07,139 ฉันบอก "เปล่า ฉันซื้อบ้าน" 1209 01:04:07,222 --> 01:04:11,393 เขามองหน้าฉันอย่างกับมีเขางอกเจ็ดอัน 1210 01:04:12,060 --> 01:04:15,564 แล้วเขาก็ถามว่า "ซื้อไปยังไงล่ะนั่น ไม่เห็นเธอมาขอเงินฉันเลย" 1211 01:04:15,647 --> 01:04:19,151 ฉันบอกไปว่า "อย่าลืมสิ ฉันทำงานมา 13 ปี 1212 01:04:19,234 --> 01:04:20,944 ฉันก็มีเงินเก็บของตัวเองอยู่บ้าง 1213 01:04:21,028 --> 01:04:24,656 พอฉันบอกเรื่องบ้าน แล้วคุณไม่เอาด้วย 1214 01:04:24,740 --> 01:04:28,160 ฉันก็ไม่ขอ ฉันใช้เงินตัวเองดาวน์บ้าน 1215 01:04:28,243 --> 01:04:29,953 แล้วฉันก็จ่ายมาครบทุกงวด" 1216 01:04:30,037 --> 01:04:31,538 ฉันบอก "ไหนๆ ก็รู้ว่ามีบ้านแล้ว 1217 01:04:31,622 --> 01:04:33,373 ป๋าเอาไปผ่อนต่อนะ" 1218 01:04:34,458 --> 01:04:36,877 แต่ฉันย้ายหลุยส์ออกจากที่นั่นไม่ได้เลย 1219 01:04:36,960 --> 01:04:39,463 พอเขาได้เข้าไปอยู่ เขารักที่นั่นมาก 1220 01:04:58,941 --> 01:05:01,818 คุณนายอาร์มสตรองครับ คุณไปกับหลุยส์ทุกที่ไหมครับ 1221 01:05:01,902 --> 01:05:02,778 ไปค่ะ 1222 01:05:02,861 --> 01:05:04,446 คุณมีหน้าที่ต้องดูแลเขาใช่ไหม 1223 01:05:04,530 --> 01:05:08,492 ส่วนหนึ่งในคำสาบานวันแต่ง บอกไว้ว่าฉันจะดูแลสามี 1224 01:05:08,575 --> 01:05:13,330 - ครับ - และระหว่างที่เราเดินทางบ่อยๆ 1225 01:05:13,413 --> 01:05:16,333 เราพยายามทำให้ทุกที่เป็นเหมือนบ้าน 1226 01:05:16,416 --> 01:05:17,918 เราจึงอยู่ด้วยกันตลอด 1227 01:05:18,001 --> 01:05:21,880 ไม่มีการแยกห่างกัน 1228 01:05:21,964 --> 01:05:25,384 เหมือนนักดนตรีกับภรรยาส่วนใหญ่ 1229 01:05:26,426 --> 01:05:27,678 แต่ฉันโชคดี 1230 01:05:27,761 --> 01:05:30,138 ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าหลุยส์อยากให้ฉันไปด้วย 1231 01:05:31,181 --> 01:05:34,101 อีกเรื่องก็คือ เขามีเหลือกินเหลือใช้ ทำให้พาฉันไปด้วยได้ 1232 01:05:34,184 --> 01:05:36,603 ผู้ชายคนอื่นพาครอบครัวไปด้วยไม่ไหว 1233 01:05:37,396 --> 01:05:39,147 เคยมีช่วงเบื่อๆ ไหมครับ 1234 01:05:39,231 --> 01:05:42,317 - ต้องฟังหลุยส์ร้องเพลงทุกคืน - พูดเป็นเล่นไปได้ 1235 01:05:42,401 --> 01:05:44,570 - เหรอครับ - เบื่อได้อย่างไรกัน 1236 01:05:44,653 --> 01:05:46,071 เสียงเพราะๆ อย่างนั้น 1237 01:05:46,655 --> 01:05:50,450 ใช่ ผมได้เข้าเฝ้าพระสันตปาปา 1238 01:05:51,076 --> 01:05:52,995 คุณได้เข้าเฝ้าพระสันตปาปาด้วยเหรอ 1239 01:05:54,288 --> 01:05:56,039 จำได้ว่าเช้านั้น 1240 01:05:56,123 --> 01:05:59,042 มีคนนับหมื่นรอพบท่าน 1241 01:05:59,710 --> 01:06:01,879 ภรรยาผมก็แต่งตัวเข้ากับกาลเทศะ 1242 01:06:01,962 --> 01:06:06,175 ชุดสวยมีผ้าคลุมหน้าสีดำ 1243 01:06:06,258 --> 01:06:07,968 ผมก็แต่งหล่อ 1244 01:06:09,052 --> 01:06:11,638 ท่านถามผมว่า "มีลูกไหม" 1245 01:06:12,514 --> 01:06:16,101 ผมบอก "เอ่อ ไม่มีครับพ่อ แต่เรารออยู่นะ" 1246 01:06:16,185 --> 01:06:17,186 แล้ว… 1247 01:06:23,984 --> 01:06:25,152 (ซาชโม) 1248 01:06:37,706 --> 01:06:39,833 ทีนี้มาคุยเรื่องปุ๊น 1249 01:06:39,917 --> 01:06:42,002 ได้ 1250 01:06:42,085 --> 01:06:44,421 แค่เสียใจที่คุณอยู่กับเรานานกว่านี้ไม่ได้ 1251 01:06:44,505 --> 01:06:45,797 อยากให้คุณเมาหนักกว่านี้ 1252 01:06:45,881 --> 01:06:48,050 แต่ไปกล่าวทักทายแขกรับเชิญหน่อยสิ 1253 01:06:48,133 --> 01:06:49,927 เออ คราวหน้าผมจะเมากว่านี้แน่ 1254 01:06:51,887 --> 01:06:55,390 แมรี่… วันนา 1255 01:06:55,474 --> 01:06:57,184 (กัญชา) 1256 01:06:57,267 --> 01:07:02,064 ที่รักจ๋า เธอดีจริงๆ ฉันชอบเธอมาก 1257 01:07:02,147 --> 01:07:04,233 (แบบสำรวจการเสพติดของนักดนตรีแจ๊ส ปี 1955 - คำตอบของหลุยส์) 1258 01:07:04,316 --> 01:07:06,443 กัญชาเป็นยามากกว่าสารเสพติด 1259 01:07:06,527 --> 01:07:07,778 (อย่ายุ่งกับนักดนตรี) 1260 01:07:07,861 --> 01:07:09,655 (ใครจะ "เสพ" อะไรมันเรื่องของเขา) 1261 01:07:09,738 --> 01:07:12,616 เขาทำไปทำไมน่ะเหรอ เพราะมันช่วยผ่อนคลายไง 1262 01:07:12,699 --> 01:07:14,034 (แดน มอร์เกนสเติร์น นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 1263 01:07:14,117 --> 01:07:15,994 ช่วยเรื่องหูด้วย 1264 01:07:16,078 --> 01:07:19,623 ถ้าเป็นนักดนตรี มันช่วยเรื่องการเล่น 1265 01:07:23,418 --> 01:07:26,004 "ฉันต้องตะลอนทั่วโลกกับแตรนี่…" 1266 01:07:26,088 --> 01:07:27,339 (จดหมายจากอาร์มสตรองปี 1954 อ่านโดยนาส) 1267 01:07:27,422 --> 01:07:29,466 "สร้างความสุขให้คนเป็นล้านๆ แต่ขณะเดียวกัน 1268 01:07:29,550 --> 01:07:32,928 ต้องหลบหลีกทั้งตำรวจ นักสืบ อะไรต่างๆ 1269 01:07:33,846 --> 01:07:37,140 ทำไมน่ะรึ เพราะเขาว่ามันผิดกฎหมาย 1270 01:07:37,224 --> 01:07:40,477 ฉันไม่สนใจใบอนุญาตพกปืนพิเศษ 1271 01:07:41,103 --> 01:07:45,190 ฉันแค่อยากได้ใบอนุญาตพกพาไอ้ของดีนี่" 1272 01:07:45,274 --> 01:07:48,777 ที่ฝั่งตะวันตก แคลิฟอร์เนีย ปี 1931 1273 01:07:49,319 --> 01:07:53,448 ฉันถูกจับช่วงพักครึ่งการแสดง 1274 01:07:53,532 --> 01:07:57,286 ตำรวจสืบสวนตัวใหญ่บึ้กสองคน 1275 01:07:57,369 --> 01:08:01,623 โผล่มาหลังรถ แล้วบอกเราว่า 1276 01:08:02,499 --> 01:08:04,710 "เราขอยึดบุหรี่ยัดไส้นี้ไว้" 1277 01:08:04,793 --> 01:08:10,424 ฉันติดคุกกลางเมืองแอลเออยู่เก้าวัน 1278 01:08:10,507 --> 01:08:13,844 เมื่อพวกคนคุกเงยหน้า 1279 01:08:13,927 --> 01:08:20,267 เห็นฉันเดินเข้าไปกับนายตำรวจใหญ่ 1280 01:08:20,350 --> 01:08:24,770 ทุกคนพร้อมใจกันเรียก "เฮ้ย หลุยส์ อาร์มสตรอง!" 1281 01:08:25,354 --> 01:08:28,317 ผู้พิพากษาตัดสินรอลงอาญา 1282 01:08:28,399 --> 01:08:33,404 คืนนั้นฉันกลับไปทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 1283 01:09:08,439 --> 01:09:10,108 ทุกท่านครับ 1284 01:09:10,192 --> 01:09:11,859 (เลนนาร์ด เบิร์นสทีน วาทยกรและผู้ประพันธ์เพลง) 1285 01:09:11,944 --> 01:09:13,569 หลุยส์ อาร์มสตรองบอกผม 1286 01:09:13,654 --> 01:09:17,032 คืนนี้ความฝันทรงเกียรติสูงสุดของเขา กำลังจะเป็นจริง 1287 01:09:17,115 --> 01:09:19,576 ด้วยการร่วมแสดงกับวง นิวยอร์กฟิลฮาร์โมนิค 1288 01:09:20,160 --> 01:09:23,412 ผมขอบอกว่าเราต่างหาก 1289 01:09:23,497 --> 01:09:26,166 พวกนักดนตรีรากงอกอย่างเราๆ นี้ 1290 01:09:26,250 --> 01:09:30,962 ถือเป็นเกียรติมากที่ได้บรรเลง "St. Louis Blues" 1291 01:09:31,046 --> 01:09:35,008 เราแค่นำงานของเขามาเลียนแบบ ขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น 1292 01:09:35,591 --> 01:09:38,386 เขาเป็นตัวจริง 1293 01:09:38,470 --> 01:09:41,765 จริงใจและเรียบง่าย อีกทั้งยังทรงเกียรติ 1294 01:09:49,481 --> 01:09:53,652 ฉันไม่มีวันลืมครั้งแรกที่เรา ไปแอฟริกาในปี 1956 1295 01:09:53,734 --> 01:09:54,736 (ซาชโม "คืนถิ่น") 1296 01:09:54,820 --> 01:09:55,821 (ลูซิลล์ อาร์มสตรอง - ภรรยา) 1297 01:09:57,781 --> 01:09:59,199 "คุณพระ คนดี" 1298 01:09:59,283 --> 01:10:01,034 (จดหมายจากอาร์มสตรอง ปี 1956 อ่านโดยนาส) 1299 01:10:01,118 --> 01:10:03,412 "ไม่รู้เลยว่าจะได้รับการต้อนรับล้นหลามเท่านี้ 1300 01:10:03,495 --> 01:10:07,791 จากพี่น้องในบ้านเกิด บนแผ่นดินแอฟริกา" 1301 01:10:09,126 --> 01:10:10,127 (กานา ปี 1956) 1302 01:10:10,210 --> 01:10:13,172 ทัวร์ครั้งนี้ เป็นการผูกมิตรและเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คน 1303 01:10:13,255 --> 01:10:14,298 (แฟนเพลงแจ๊สต้อนรับ "คิง" หลุยส์) 1304 01:10:14,381 --> 01:10:16,758 ผมว่า ตอนนั้นพวกเขาคงคิดอย่างนั้น 1305 01:10:16,842 --> 01:10:20,637 แต่เราทุกคนแค่อยากไปเล่นดนตรี ทุกคนคือแฟนๆ 1306 01:10:22,806 --> 01:10:25,809 ใช่ เราลงจากเครื่องบินแล้วก็… 1307 01:10:25,893 --> 01:10:29,646 ทั้งหมดเพื่อคุณ รักนี้เพื่อหลุยส์ 1308 01:10:39,323 --> 01:10:40,532 ล้า หล่า ลา 1309 01:10:40,616 --> 01:10:44,161 (คอนเสิร์ตหลุยส์ อาร์มสตรอง สนามโปโลเก่า วันพุธ) 1310 01:10:44,244 --> 01:10:48,290 คนตั้งใจมากันเยอะมากจนที่ไม่พอ 1311 01:10:48,373 --> 01:10:51,043 ต้องใช้สนามโปโล ซึ่งเป็นสนามกีฬาใหญ่ 1312 01:11:09,770 --> 01:11:12,397 จากนั้นหัวหน้าเผ่าคนหนึ่งก็ทักหลุยส์ "สวัสดี ซาชโม" 1313 01:11:12,481 --> 01:11:13,607 หลุยส์ก็บอกฉัน 1314 01:11:13,690 --> 01:11:15,943 "เห็นไหมแม่ ขนาดในป่าในดง ยังมีคนฟังแผ่นเสียงฉัน" 1315 01:11:16,026 --> 01:11:18,320 นั่นแหละค่ะ ทุกคนรู้จักป๋า 1316 01:11:18,403 --> 01:11:20,113 (ควาเม นครูมาห์ นายกรัฐมนตรีกานา) 1317 01:11:27,788 --> 01:11:30,290 - ผมสนุกมาก - แน่นอนเลย 1318 01:11:30,374 --> 01:11:32,584 ใช่ มีประมาณเก้าชนเผ่า 1319 01:11:32,668 --> 01:11:36,004 เดินทางมาหลายร้อยกิโลเมตร เพื่อมาเต้นกับเรา 1320 01:11:36,713 --> 01:11:39,800 หนึ่งในชาวเผ่า มีสาวคนหนึ่งเต้นตามเพลง 1321 01:11:39,883 --> 01:11:40,884 ดูเหมือนแม่ผมเปี๊ยบ 1322 01:11:40,968 --> 01:11:43,595 ผมเลยขอให้ตากล้องเรียกมา 1323 01:11:43,679 --> 01:11:46,640 ให้เธอเต้นกับเพลงผม 1324 01:11:53,438 --> 01:11:54,690 เราเคยแต่งเพลงหนึ่ง 1325 01:11:54,773 --> 01:11:57,484 เล่าถึงเทศกาลใหญ่ประจำปี 1326 01:11:57,568 --> 01:11:58,819 ในบ้านเกิดผม 1327 01:11:58,902 --> 01:12:00,821 เรียกว่าขบวนพาเหรดซูลู ในสัปดาห์มาร์ดิกราส์ 1328 01:12:00,904 --> 01:12:02,322 ("ราชาซูลูจงเจริญ" หลุยส์ "ซาชโม" อาร์มสตรอง) 1329 01:12:02,406 --> 01:12:07,077 แต่หลังจากอัดเพลงนั้น 23 ปี ในปี 1949 1330 01:12:07,160 --> 01:12:11,331 เขาถึงยอมแต่งตั้งซาชโมเป็นราชาซูลู 1331 01:12:13,709 --> 01:12:17,713 (นิวออร์ลีนส์ ปี 1949) 1332 01:12:18,755 --> 01:12:20,174 ผมไปถึงนิวออร์ลีนส์ 1333 01:12:20,257 --> 01:12:21,884 ทุกคนในเมืองนั้นเหมือนคลั่งกันไปหมด 1334 01:12:21,967 --> 01:12:22,926 (เลนนาร์ด เฟเธอร์ - นักเปียโนแจ๊ส) 1335 01:12:23,010 --> 01:12:24,344 คนแน่นเต็มถนน 1336 01:12:24,428 --> 01:12:27,055 ความผสมผสานและย้อนแย้งทางชาติพันธุ์สีผิว มีหมดทุกรูปแบบ 1337 01:12:27,139 --> 01:12:29,600 เหมือนเผ่าซูลูที่เตรียมแห่หลุยส์ในคืนนั้น 1338 01:12:29,683 --> 01:12:31,393 ในคอนเสิร์ตที่หอประชุม บุ๊คเกอร์ ที. วอชิงตัน 1339 01:12:31,476 --> 01:12:33,061 (หลุยส์ อาร์มสตรอง และคณะดนตรีรวมดาวคู่ใจ) 1340 01:12:33,145 --> 01:12:35,439 วงดนตรีรวมดาวของอาร์มสตรอง บรรเลง 45 นาที 1341 01:12:35,522 --> 01:12:40,652 เน้นเพลงพื้นบ้านนิวออร์ลีนส์แท้ๆ ท่ามกลางผู้คนที่ตั้งใจมาฟัง 1342 01:12:41,320 --> 01:12:42,905 ผมไปชมคอนเสิร์ต แล้วก็เห็น 1343 01:12:42,988 --> 01:12:45,908 คนดำนั่งฝั่งซ้ายและตรงกลาง 1344 01:12:45,991 --> 01:12:47,868 ส่วนคนขาวนั่งฝั่งขวา 1345 01:12:47,951 --> 01:12:50,454 แต่บนเวทีผมเห็นหลุยส์ กับแจ็ค ทีการ์เด้น 1346 01:12:50,537 --> 01:12:51,872 คล้องแขนกัน 1347 01:12:51,955 --> 01:12:55,209 แสดงมิตรภาพพี่น้องต่างสีผิวขณะร้องเพลงคู่ 1348 01:12:55,709 --> 01:12:58,170 ผมเห็นเจ้าหน้าที่คนขาวจับมือกับหลุยส์บนเวที 1349 01:12:58,253 --> 01:13:01,298 แสดงความยินดีกับเขา และเล่นดนตรีเป็นเกียรติแก่ความสามารถเขา 1350 01:13:01,381 --> 01:13:02,883 ผมเห็นหลุยส์ยืดอกอย่างภูมิใจ 1351 01:13:02,966 --> 01:13:05,802 ขณะที่นายกเทศมนตรีนิวออร์ลีนส์ มอบกุญแจเมืองให้ 1352 01:13:05,886 --> 01:13:07,554 นั่นเป็นสัปดาห์เดียวกับที่เขาได้ขึ้นปก นิตยสารไทม์ 1353 01:13:07,638 --> 01:13:10,015 แล้วมันวางขายทั่วทุกแผงหนังสือพิมพ์คนขาว 1354 01:13:10,098 --> 01:13:12,100 ในนามของประชาชนเมืองนิวออร์ลีนส์ 1355 01:13:12,184 --> 01:13:13,936 เมืองซึ่งอดีตมีสีสันและอนาคตอันสดใส 1356 01:13:14,019 --> 01:13:15,354 (ดีเลสเซปส์ สตอรี่ มอร์ริสัน นายกเทศมนตรีเมืองนิวออร์ลีนส์) 1357 01:13:15,437 --> 01:13:17,481 เราขอมอบกุญแจเมืองนี้แก่คุณ 1358 01:13:18,357 --> 01:13:19,983 แด่หลุยส์ อาร์มสตรอง 1359 01:13:20,067 --> 01:13:22,110 ขอบคุณมากครับ ท่านนายกฯ 1360 01:13:22,194 --> 01:13:24,947 ของขวัญชิ้นเยี่ยมยอดจริงๆ ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต 1361 01:13:25,030 --> 01:13:27,199 แต่ผมก็รู้ว่ามีอีกหลายร้อยแห่ง 1362 01:13:27,282 --> 01:13:29,576 ซึ่งจะไม่มีวันไขกุญแจเปิดเมืองต้อนรับเขา 1363 01:13:33,372 --> 01:13:35,541 ตอนที่หลุยส์ได้เป็นราชาซูลู ใครๆ ก็ออกมา 1364 01:13:35,624 --> 01:13:36,667 (เลสเตอร์ "บูทส์" อเล็กซิส - นักดนตรี) 1365 01:13:36,750 --> 01:13:40,838 ไม่ได้มาร่วมขบวนพาเหรดนะ แต่มาดูหลุยส์ อาร์มสตรอง 1366 01:13:40,921 --> 01:13:42,047 ราชาซูลู 1367 01:13:42,756 --> 01:13:44,299 คนเยอะมาก 1368 01:13:44,383 --> 01:13:46,385 ทุกอย่างหยุดชะงักไปเลย 1369 01:13:46,468 --> 01:13:48,053 ทุกอย่างหยุดนิ่ง 1370 01:13:48,136 --> 01:13:50,180 แล้วเขาต้องลงจากรถแห่ 1371 01:13:50,264 --> 01:13:52,724 เพราะถ้านั่งบนนั้น ไม่นานจะบาดเจ็บเอาได้ 1372 01:13:52,808 --> 01:13:53,809 เข้าใจไหม 1373 01:13:53,892 --> 01:13:55,143 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 1374 01:13:55,227 --> 01:13:58,647 เร็กซ์เป็นขบวนพาเหรดใหญ่สุด ในบรรดาพาเหรดคนขาว 1375 01:13:58,730 --> 01:14:01,191 พูดว่าคนขาว เพราะ… ตอนนั้นยังแบ่งแยกสีผิว 1376 01:14:01,275 --> 01:14:02,276 แต่ซูลูเหมือน… 1377 01:14:02,359 --> 01:14:03,318 (พาเหรดราชาซูลู) 1378 01:14:03,402 --> 01:14:04,486 จุดสูงสุดของทุกอย่าง 1379 01:14:04,570 --> 01:14:07,865 ป๋าอยากเป็นราชาซูลูบนรถแห่มาทั้งชีวิต 1380 01:14:07,948 --> 01:14:11,076 ราชาซูลูจะทาหน้าดำ 1381 01:14:11,743 --> 01:14:12,995 เขาก็ทำอย่างนั้น 1382 01:14:13,078 --> 01:14:16,707 แต่เมื่อหลุยส์ อาร์มสตรองทำ มันกลับเป็นเรื่องเลวร้าย 1383 01:14:18,792 --> 01:14:21,378 - สมัยนั้นมีเรื่องดี… - ใช่ 1384 01:14:21,461 --> 01:14:25,090 เพราะกำลังมีการเดินขบวนเรียกร้อง และองค์กรต่างๆ 1385 01:14:25,174 --> 01:14:28,594 พวกเขาไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก ไม่ยอมให้ทาหน้า 1386 01:14:29,553 --> 01:14:31,263 หัวใจของประเพณีทาหน้าดำ 1387 01:14:31,346 --> 01:14:33,473 เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันมาจาก การเป็นตัวตลกวณิพก 1388 01:14:33,557 --> 01:14:34,558 (สแตนลีย์ เคร้าช์ นักเขียน นักวิจารณ์ดนตรี) 1389 01:14:34,641 --> 01:14:37,394 เขาไม่ได้สร้างตัวตลกวณิพกเพื่อเชิดชูคนดำ 1390 01:14:37,477 --> 01:14:38,729 ("เช็คแอนด์ดับเบิ้ลเช็ค" - ปี 1930) 1391 01:14:38,812 --> 01:14:44,735 วณิพกถูกสร้างมาเพื่อให้คนขาวมีงานทำ ด้วยการเลียนแบบคนดำ 1392 01:14:46,236 --> 01:14:50,240 แต่แล้วมันกลายเป็นเรื่องตลกร้าย 1393 01:14:50,324 --> 01:14:57,289 เมื่อมันเป็นปรากฏการณ์โด่งดังอย่างแรกสุด ในวัฒนธรรมอเมริกา 1394 01:15:03,504 --> 01:15:05,464 เราต้องเข้าใจที่มาของประเพณี 1395 01:15:05,547 --> 01:15:06,590 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 1396 01:15:06,673 --> 01:15:09,134 เพราะคนทั่วไปไม่เข้าใจประเพณีนั้น 1397 01:15:09,218 --> 01:15:12,054 พวกเขาเห็นแต่ตัวตลกทาหน้าดำ 1398 01:15:12,137 --> 01:15:13,931 แต่หลุยส์ไม่ได้มองอย่างนั้น 1399 01:15:14,014 --> 01:15:16,600 เรามีประเพณีและอะไรต่างๆ มากมาย 1400 01:15:16,683 --> 01:15:20,395 ซึ่งทำได้และเป็นเรื่องดี มีความหมาย 1401 01:15:21,104 --> 01:15:24,274 แต่ช่วงต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง เราโยนทุกอย่างทิ้งไป 1402 01:15:24,358 --> 01:15:26,902 เต้นท่าหนึ่ง ทำตัวตกต่ำ เอาใจคนขาว 1403 01:15:27,694 --> 01:15:30,280 เราไม่อยากยุ่งอะไรกับมัน 1404 01:15:30,364 --> 01:15:32,241 (เจมส์ บอลด์วิน เรื่องสั้น "ซันนี่บลูส์") 1405 01:15:35,285 --> 01:15:36,954 "หลังงานศพ 1406 01:15:37,037 --> 01:15:40,290 เมื่อเหลือผมกับซันนี่อยู่ตามลำพัง ในห้องครัวว่างโล่ง… 1407 01:15:40,374 --> 01:15:41,875 (เนื้อหาจาก "ซันนี่บลูส์" โดย เจมส์ บอลด์วิน) 1408 01:15:41,959 --> 01:15:43,544 ผมพยายามทำความเข้าใจเขา 1409 01:15:44,294 --> 01:15:45,546 'แกอยากทำอะไร' 1410 01:15:46,171 --> 01:15:48,632 'อยากเล่นแจ๊ส' เขาตอบ 1411 01:15:49,132 --> 01:15:51,844 'อย่างหลุยส์ อาร์มสตรองน่ะรึ' 1412 01:15:52,469 --> 01:15:54,388 หน้าของเขาเปลี่ยนสีราวกับโดนสบประมาท 1413 01:15:54,972 --> 01:15:58,767 'ไม่ ฉันไม่ได้หมายถึงเพลงเฉิ่มเชยพรรค์นั้น'" 1414 01:15:59,476 --> 01:16:04,106 ป๋า คิดว่าตัวเองพลาดแค่ไหน 1415 01:16:04,606 --> 01:16:07,067 ไม่ได้หมายถึงชีวิตป๋านะ ไม่ใช่ศักดิ์ศรีแน่ๆ ละ 1416 01:16:07,150 --> 01:16:10,529 แต่ในแง่รายได้ เพราะเกิดมาจากเป็นคนดำในประเทศคนขาว 1417 01:16:10,612 --> 01:16:13,073 ไม่ ผมไม่มองอย่างนั้น 1418 01:16:13,740 --> 01:16:17,494 ประเทศจะมีค่าอะไร ถ้าคนมันโง่ 1419 01:16:18,203 --> 01:16:19,204 เข้าใจไหม 1420 01:16:19,288 --> 01:16:22,708 อยากอยู่อย่างคนกล้าหรือกลัวหัวหด ไปตัดสินใจเอาเอง 1421 01:16:23,208 --> 01:16:24,334 (อมิรี บารากา - นักเขียนและกวี) 1422 01:16:24,418 --> 01:16:26,795 คนหนุ่มสาวมากมายรังเกียจท่าที 1423 01:16:26,879 --> 01:16:30,632 อาร์มสตรองที่พวกนั้นคิดว่า เป็นการสยบยอมต่อสหรัฐฯ 1424 01:16:30,716 --> 01:16:32,134 ถ้าต้องดิ้นรนกระเสือกกระสน ในยุค 50 และ 60 1425 01:16:32,217 --> 01:16:33,468 (เราอยากได้เสรีภาพเต็มคำ!) 1426 01:16:33,552 --> 01:16:34,928 ท่าทีจะต่างออกไป 1427 01:16:35,012 --> 01:16:37,806 คนทั่วไปมีแนวคิดทางการเมืองต่างออกไป 1428 01:16:37,890 --> 01:16:38,891 (เอเวอร์สตายเพื่อคุณ) 1429 01:16:38,974 --> 01:16:41,935 พวกเขาไม่เข้าใจหลุยส์ เพราะหลุยส์อารมณ์ดีอยู่เสมอ 1430 01:16:42,019 --> 01:16:42,895 ยิ้มแย้มตลอด 1431 01:16:46,773 --> 01:16:47,774 เย้! 1432 01:16:47,858 --> 01:16:51,737 เก็บจอร์เจียไว้แนบใจ 1433 01:16:51,820 --> 01:16:53,572 เย้ 1434 01:16:53,655 --> 01:16:55,365 อืม 1435 01:16:57,075 --> 01:17:00,621 คนอื่นไม่รู้ว่าหลุยส์เป็นอย่างนั้น 1436 01:17:00,704 --> 01:17:02,289 เวลาอยู่กับเพื่อนฝูง 1437 01:17:02,372 --> 01:17:03,540 (ไมลส์ เดวิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 1438 01:17:03,624 --> 01:17:05,959 - เขาทำตัวเหมือนกัน - ใช่ 1439 01:17:06,043 --> 01:17:08,504 แต่เมื่อไปทำต่อหน้าคนขาว… 1440 01:17:08,587 --> 01:17:09,588 ("ไฟฟ์เพนนีส์" - ปี 1959) 1441 01:17:09,671 --> 01:17:11,840 พยายามให้คนขาวสนุกไปด้วย 1442 01:17:11,924 --> 01:17:13,342 - เขาก็แค่ทำอย่างนั้น - ใช่! 1443 01:17:13,425 --> 01:17:15,010 - คนหาว่าเขาเป็นลุงทอม อวยคนขาว - ใช่ 1444 01:17:15,093 --> 01:17:20,641 โอ้ บิดแขนขา จับอาบน้ำก็ได้ด้วยนะ 1445 01:17:22,809 --> 01:17:24,728 ร่อนลมไปหรือขับลงใต้ ไปนิวออร์ลีนส์ 1446 01:17:24,811 --> 01:17:27,147 ครั้งแรกที่พูดผิดและทำอะไรผิดไป… 1447 01:17:27,231 --> 01:17:28,273 (สลิม ธอมป์สัน - นักแสดงและเพื่อน) 1448 01:17:28,357 --> 01:17:29,942 คนจะหาว่าเราทำตัวเป็นลุงทอม ให้ตายสิ 1449 01:17:30,025 --> 01:17:33,612 นักแสดงตลกระดับชาติทุกคน ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้ 1450 01:17:33,695 --> 01:17:35,489 ดูยิวนั่นสิ เขาไม่ใช้สำเนียงตัวเองเหรอ 1451 01:17:35,572 --> 01:17:37,449 ผมไม่ใช่คนตลก 1452 01:17:37,533 --> 01:17:38,951 พอดีว่าเกิดมาเป็นคนแบบนี้เฉยๆ 1453 01:17:39,034 --> 01:17:41,370 "ไม่ใช่" กับผีสิ คุณตลกโดยธรรมชาติ 1454 01:17:41,453 --> 01:17:42,955 เออ นั่นก็ถูก 1455 01:17:43,038 --> 01:17:45,999 บทบาทเขาในหนังหลายเรื่อง เรื่องแรกๆ ผมไม่ชอบเลย 1456 01:17:46,083 --> 01:17:47,292 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 1457 01:17:47,376 --> 01:17:49,837 การที่คนรุ่นผมต้องมาเห็นเขาร้องเพลงให้ม้าฟัง 1458 01:17:49,920 --> 01:17:53,298 หรือทำตัวแบบที่คนดำทำในหนัง 1459 01:17:53,382 --> 01:17:54,842 นั่นไม่ใช่หลุยส์ อาร์มสตรอง 1460 01:17:56,134 --> 01:17:58,428 สว่างสดใสปานนี้ได้อย่างไร 1461 01:17:58,512 --> 01:17:59,513 ("โกอิ้งเพลสเซส" - ปี 1938) 1462 01:18:02,224 --> 01:18:04,643 ตัวใหญ่ปานนี้ได้อย่างไรหนอ 1463 01:18:04,726 --> 01:18:07,354 อาร์ชี่จมูกหักเพราะทะเลาะกับคนดำ 1464 01:18:07,437 --> 01:18:10,023 เขาไม่ชอบท่าทีที่มันพูดกับผม 1465 01:18:10,107 --> 01:18:12,901 ไอ้คนอวดดีนั่นบอกว่า "หลุยส์ อาร์มสตรอง 1466 01:18:12,985 --> 01:18:14,403 ไอ้ลุงทอมขี้ประจบ" 1467 01:18:14,486 --> 01:18:17,573 กูไป "ลุงทอม" กับใครตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ 1468 01:18:17,656 --> 01:18:19,449 บอกเลย แค่เราโผล่หน้า 1469 01:18:19,533 --> 01:18:22,744 ยิ้มเผล่ในสื่อสาธารณะ คนดำด้วยกันก็ด่าว่าเราเป็นลุงทอมแล้ว 1470 01:18:22,828 --> 01:18:26,081 - กูไปเป่าแตรโว้ย… - หน้าตาเป็นอย่างนั้นเอง 1471 01:18:27,749 --> 01:18:30,252 คนส่วนใหญ่ที่โตมากับผม รวมถึงผมเอง 1472 01:18:30,335 --> 01:18:31,837 เราหัวเราะเยาะหลุยส์ อาร์มสตรองกันทั้งนั้น 1473 01:18:31,920 --> 01:18:32,921 (ออสซี่ เดวิส - นักแสดง) 1474 01:18:33,005 --> 01:18:34,464 เรารู้ว่าเขาเป่าแตรเก่ง 1475 01:18:34,548 --> 01:18:37,426 แต่มันไม่ช่วยให้เรามองเขาในแง่ดี หรือเลิกล้อเลียนเขาได้ 1476 01:18:38,010 --> 01:18:40,679 หันไปทางไหนเราก็เห็นลุงหลุยส์ 1477 01:18:41,346 --> 01:18:46,727 เหงื่อเม็ดเป้ง ทำตาถลน ฉีกยิ้มปากกว้าง 1478 01:18:46,810 --> 01:18:49,271 ให้ตายเถอะ ยิ้มยิงฟันครบทุกซี่ 1479 01:18:50,522 --> 01:18:52,191 "อุ๊ฟต้าห์" เราเรียกล้อเลียนด้วยคำนั้น 1480 01:18:52,858 --> 01:18:57,529 เช็ดเหงื่อ ยักคอ ให้ความบันเทิงคนขาว 1481 01:18:57,613 --> 01:18:59,907 อ้อเหรอ 1482 01:18:59,990 --> 01:19:02,242 ("อ้อ" "เหรอ") 1483 01:19:02,326 --> 01:19:08,040 จนกระทั่งปี 1966 เราได้ร่วมงานกัน 1484 01:19:08,123 --> 01:19:12,461 ถ่ายหนังที่นิวยอร์ก กับแซมมี่ เดวิส และซิซิลี ไทสัน 1485 01:19:13,212 --> 01:19:14,755 ผมถึงได้รู้จักหลุยส์ดีขึ้น 1486 01:19:16,465 --> 01:19:18,842 วันหนึ่ง เราเลิกกองไปมื้อเที่ยงกัน 1487 01:19:18,926 --> 01:19:20,677 ผมตัดสินใจไม่ออกไปไหน 1488 01:19:21,178 --> 01:19:23,347 ที่นั่นเงียบสนิท ผมก็นึกว่าคนไปกันหมดแล้ว 1489 01:19:23,430 --> 01:19:26,642 ผมกลับไปที่กองถ่าย ไปนอนที่เตียง 1490 01:19:28,810 --> 01:19:34,191 เจอหลุยส์นั่งเก้าอี้ข้างประตู 1491 01:19:34,274 --> 01:19:38,362 เงยหน้าดวงตาเหม่อลอย 1492 01:19:39,947 --> 01:19:41,615 อย่างเศร้าสร้อย 1493 01:19:41,698 --> 01:19:45,160 ใจสลายที่สุดเท่าที่เคยเห็นจากสีหน้าของใคร 1494 01:19:47,996 --> 01:19:49,915 ผมจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง 1495 01:19:51,333 --> 01:19:54,837 เมื่อผมจะหันหลังแอบหลบออกไป 1496 01:19:56,213 --> 01:19:57,673 เสียงก็ปลุกหลุยส์จากภวังค์ 1497 01:19:57,756 --> 01:20:00,217 ทันใดนั้น รอยยิ้มการแสดงนั่นก็กลับมา 1498 01:20:00,300 --> 01:20:01,301 ฉีกปากกว้าง 1499 01:20:01,385 --> 01:20:03,303 เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าผาก 1500 01:20:03,387 --> 01:20:04,972 "ไงคุณ 1501 01:20:05,055 --> 01:20:08,433 อยากปล่อยให้ตาหลุยส์แก่ๆ อดตายล่ะสิ" 1502 01:20:09,726 --> 01:20:12,145 ผมปรับสีหน้าแล้วยิ้มตอบ 1503 01:20:15,482 --> 01:20:16,650 แต่มันไม่ตลกเลย 1504 01:20:18,569 --> 01:20:19,570 ไม่ตลกแล้ว 1505 01:20:22,364 --> 01:20:25,659 ใบหน้าที่ผมเห็นนั้นทำให้ผมสะเทือนใจ 1506 01:20:27,661 --> 01:20:28,912 นั่นคือใบหน้าของพ่อ 1507 01:20:29,872 --> 01:20:31,123 ของลุง 1508 01:20:31,874 --> 01:20:34,793 ของตัวผมเอง สืบทอดต่อมาหลายรุ่น 1509 01:20:35,794 --> 01:20:37,921 ทำสิ่งเดียวกับที่หลุยส์ต้องทำ 1510 01:20:38,755 --> 01:20:39,882 ด้วยเหตุผลเดียวกัน 1511 01:20:41,383 --> 01:20:42,384 เพื่อเอาชีวิตรอด 1512 01:20:43,510 --> 01:20:45,262 ผมไม่หัวเราะเยาะหลุยส์อีกเลยนับจากนั้น 1513 01:20:47,389 --> 01:20:52,728 เพราะภายใต้เสียงแหบเสน่ห์ 1514 01:20:55,105 --> 01:21:01,486 ภายใต้รอยยิ้มฟันขาว เรียงรายยิ่งกว่าคีย์เปียโน 1515 01:21:04,156 --> 01:21:08,160 มีเสียงแตรแห่งความเจ็บปวดซึ่งฆ่าเราได้ 1516 01:21:09,077 --> 01:21:13,207 หลุยส์ซ่อนความเป็นชายไว้กับแตรนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา 1517 01:21:13,832 --> 01:21:16,043 มากพอสำหรับเขา สำหรับเราทุกคน 1518 01:21:39,441 --> 01:21:41,944 ผมเข้าใจว่าคุณเป็นนักการเมือง 1519 01:21:42,027 --> 01:21:43,820 พอทราบอะไรเกี่ยวกับการเมืองบ้างไหม 1520 01:21:43,904 --> 01:21:45,906 ไม่ๆ 1521 01:21:45,989 --> 01:21:49,952 การเมืองเหรอ คุณเอาไปตีพิมพ์ไม่ได้หรอกว่า 1522 01:21:50,911 --> 01:21:54,623 มีนักกอล์ฟแอฟริกัน หรืออะไรแนวนั้น 1523 01:21:55,249 --> 01:21:58,752 เราเห็นกิริยาเข้าสังคมของเขาแล้วสับสน 1524 01:21:58,836 --> 01:22:00,295 (อมิรี บารากา - นักเขียนและกวี) 1525 01:22:00,379 --> 01:22:02,214 กับบริบทที่สังคมยังจับคนดำแขวนคอ 1526 01:22:02,297 --> 01:22:03,298 (เลิกกฎหมายจิมโครว์) 1527 01:22:03,799 --> 01:22:06,176 เข้าใจไหม การแบ่งแยกสีผิวอย่างเปิดเผย 1528 01:22:06,260 --> 01:22:09,638 เราคิดว่าหลุยส์สยบยอมเรื่องนั้น 1529 01:22:09,721 --> 01:22:13,725 บางครารู้สึก 1530 01:22:14,685 --> 01:22:16,603 ราวเด็กกำพร้าแม่ 1531 01:22:16,687 --> 01:22:21,108 หลุยส์แสดงออกผ่านดนตรีและศิลปะ 1532 01:22:21,191 --> 01:22:22,526 และก้าวข้ามเรื่องนั้นไปแล้ว 1533 01:22:22,609 --> 01:22:25,362 เมื่อหลุยส์มีโอกาสพูดได้ เขาก็พูด 1534 01:22:31,368 --> 01:22:33,203 หลุยส์เป็นคนอ่อนไหว 1535 01:22:33,287 --> 01:22:34,413 (แดน มอร์เกนสเติร์น นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 1536 01:22:34,496 --> 01:22:38,584 เวลาคนทำเรื่องที่เขารู้สึกว่า "ไร้จรรยาบรรณ" 1537 01:22:39,585 --> 01:22:42,337 แล้วคุณล่ะ คุณว่านักเรียนผิวสีจะมาไหม 1538 01:22:42,421 --> 01:22:43,422 (ลิตเติ้ลร็อค รัฐอาร์คันซอ ปี 1957) 1539 01:22:43,505 --> 01:22:45,215 ถ้าผมมีอำนาจจัดการ ผมไม่ให้มาหรอก 1540 01:22:45,299 --> 01:22:48,552 ผมว่านี่เป็นจุดแตกหักของการแบ่งแยก โรงเรียนสีผิว 1541 01:22:48,635 --> 01:22:51,263 ผมว่าพวกนั้นไม่มีสิทธิ์เข้าโรงเรียน 1542 01:22:51,346 --> 01:22:52,431 (โรงเรียนมัธยมลิตเติ้ลร็อคเซ็นทรัลไฮ) 1543 01:22:52,514 --> 01:22:54,349 โอ้ เมื่อนักบุญ 1544 01:22:54,433 --> 01:22:56,226 เมื่อนักบุญ 1545 01:22:56,977 --> 01:22:59,229 บุกเดินรุดหน้า 1546 01:22:59,313 --> 01:23:01,815 บุกเดินรุดหน้า 1547 01:23:01,899 --> 01:23:06,820 - เมื่อนักบุญบุกเดินรุดหน้า - ใช่ 1548 01:23:06,904 --> 01:23:08,822 โอเย่ 1549 01:23:09,323 --> 01:23:14,786 อยากร่วมขบวนนำพา 1550 01:23:14,870 --> 01:23:16,830 โอ้เย่ 1551 01:23:17,581 --> 01:23:23,545 เมื่อนักบุญบุกเดินรุดหน้า 1552 01:23:25,672 --> 01:23:28,133 - เมื่อนักบุญ - โอ้ เมื่อนักบุญ 1553 01:23:28,217 --> 01:23:30,844 - บุกเดินรุดหน้า - บุกเดินหน้า 1554 01:23:30,928 --> 01:23:34,223 เราจะเข้าร่วมร้องรำ เมื่อนักบุญบุกเดินรุดหน้า 1555 01:23:34,306 --> 01:23:35,307 (การแสดงยูเอสโอ ปี 1958) 1556 01:23:35,390 --> 01:23:37,976 โอ้โฮ ทั้งเยี่ยมสุด ทั้งเก่งสุด 1557 01:23:38,060 --> 01:23:40,270 ทั้งแก่สุดถึงเด็กสุด 1558 01:23:40,354 --> 01:23:42,606 จะเร่งรุดร้องรำในวง ในวงดนตรีใหญ่ 1559 01:23:42,689 --> 01:23:44,066 เมื่อนักบุญบุกเดินรุดหน้า 1560 01:23:44,149 --> 01:23:46,777 - เอาละหลุยส์ บราห์มส์เป็นไง - อ้อ นั่นเก่งจริง 1561 01:23:46,860 --> 01:23:49,821 ลิตเติ้ลร็อค อาร์คันซอ ประชากรคนขาวมุ่งมั่น 1562 01:23:49,905 --> 01:23:53,325 กีดกันนักเรียนผิวสีไม่ให้เข้าโรงเรียน เดียวกับลูกหลานคนขาว 1563 01:23:53,408 --> 01:23:55,994 กับโมสาร์ท และทุกอย่างที่เขามี 1564 01:23:56,078 --> 01:23:58,622 กับซิมโฟนี และโอเปร่ากับแจ๊ส 1565 01:23:58,705 --> 01:24:01,959 ในภายหลัง โรงเรียนเซ็นทรัลไฮ ศูนย์พายุลิตเติ้ลร็อคถูกปิด 1566 01:24:02,042 --> 01:24:03,085 ตามคำสั่งของผู้ว่าการ 1567 01:24:03,168 --> 01:24:05,170 ซึ่งเรียกกองกำลังรักษารัฐมา 1568 01:24:05,754 --> 01:24:08,966 โอ้ เมื่อนักบุญบุกเดินรุดหน้า 1569 01:24:09,049 --> 01:24:10,217 โอ้ เมื่อนักบุญ 1570 01:24:10,300 --> 01:24:13,053 วัยรุ่นผิวสีมาถึงอย่างปลอดภัย โดยมียามคุ้มกัน 1571 01:24:13,136 --> 01:24:15,764 แต่มาถึงไม่นานก็ต้องออกไปอีก 1572 01:24:15,848 --> 01:24:18,308 อาร์คันซอตัดสินใจใช้กฎหมู่ของตนเอง 1573 01:24:18,392 --> 01:24:19,560 ในกรณีรวมสีผิว 1574 01:24:19,643 --> 01:24:24,398 บุกเดินรุดหน้า 1575 01:24:25,774 --> 01:24:27,818 คุณจะบอกคนรัสเซียยังไง 1576 01:24:27,901 --> 01:24:30,320 เวลาเขาถามถึงเหตุการณ์ที่ลิตเติ้ลร็อค 1577 01:24:30,404 --> 01:24:32,739 ขึ้นกับเวลาที่เขาจะส่งผมไป 1578 01:24:32,823 --> 01:24:36,034 ผมว่าเขาคงไม่ส่งผมไป จนกว่าสถานการณ์ยุ่งเหยิงทางใต้จะสงบ 1579 01:24:36,118 --> 01:24:39,997 สอง สี่ หก แปด เราไม่อยากรวม! 1580 01:24:42,416 --> 01:24:47,546 พวกเขาเมินรัฐธรรมนูญ ทั้งเรื่องนั้นที่โรงเรียนก็เคยสอน 1581 01:24:47,629 --> 01:24:49,923 แต่พอกลับบ้านไป พ่อแม่พวกเขาพูดอีกอย่าง 1582 01:24:50,007 --> 01:24:51,508 บอกว่า "ไม่ต้องยึดติดกับมัน 1583 01:24:51,592 --> 01:24:54,011 เพราะเราก็อยู่มาได้เป็นร้อยปี โดยไม่สนใจมัน" 1584 01:24:54,094 --> 01:24:57,806 เท่ากับไม่มีใครเตือนกัน เพราะงั้นก็อย่าดีกว่า 1585 01:24:57,890 --> 01:25:02,019 ถ้าทางนั้นถามว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมได้ไปตอนนี้ ผมก็โกหกไม่ได้ 1586 01:25:02,102 --> 01:25:05,522 แต่มีเรื่องหนึ่งนะ มันไม่คุ้มหรอก ถ้าผมต้องโกหกความรู้สึกที่มีต่อเรื่องนี้ 1587 01:25:06,023 --> 01:25:07,774 - ขอบคุณครับหลุยส์ - โอเค 1588 01:25:08,317 --> 01:25:09,610 ผมขอบอกกับทุกท่าน 1589 01:25:09,693 --> 01:25:10,903 (ออร์วัล ฟอบัส - ผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอ) 1590 01:25:10,986 --> 01:25:12,988 ผมไม่มีวันยอมเปิดโรงเรียนรัฐในลิตเติ้ลร็อค 1591 01:25:13,071 --> 01:25:15,657 ตามหลักการรวมเชื้อชาติ เว้นแต่ประชาชนจะต้องการอย่างนั้น 1592 01:25:17,659 --> 01:25:19,703 ประเทศนี้มีมุมมอง 1593 01:25:19,786 --> 01:25:21,038 ใสซื่ออย่างประหลาด 1594 01:25:21,121 --> 01:25:23,582 ต่อคนที่รักชาติยิ่งชีพ แล้วพวกเขาหน้ามืดตาบอด 1595 01:25:23,665 --> 01:25:24,750 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 1596 01:25:25,459 --> 01:25:27,085 เหมือนกับ "ทุกอย่างที่เราทำมันดีแล้ว" 1597 01:25:27,169 --> 01:25:31,173 แล้วก็มีคนที่ไม่รักชาติ เห็นว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย 1598 01:25:31,757 --> 01:25:34,092 หลุยส์ อาร์มสตรองไม่ได้เป็นพวกไหนทั้งนั้น 1599 01:25:34,593 --> 01:25:37,888 ผมกล้าพูดว่าที่จริงเขาอยู่แนวหน้า ขบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง 1600 01:25:37,971 --> 01:25:39,640 ในแง่ของการออกถ้อยแถลง 1601 01:25:40,140 --> 01:25:43,227 มากกว่าพวกนักดนตรีร่วมสมัยในยุคนั้นเสียอีก 1602 01:25:43,310 --> 01:25:46,313 แม้แต่คำที่เขาพูดถึงปธน.ไอเซนฮาวร์ ในยุค 50 1603 01:25:46,396 --> 01:25:48,857 ใช่ เขาโกรธเรื่องแบ่งแยกสีผิว 1604 01:25:48,941 --> 01:25:50,526 (แลร์รี่ ลูบีนาว - นักข่าว) 1605 01:25:50,609 --> 01:25:52,444 เขาบอกว่าเท่าที่รู้ 1606 01:25:52,528 --> 01:25:53,987 ไอค์กับรัฐบาลนั้นควรไปลงนรก 1607 01:25:54,071 --> 01:25:57,950 เขาร้องเพลงชาติในแบบของเขาให้ผมฟัง 1608 01:25:58,033 --> 01:26:00,285 โดยเปลี่ยนเนื้อเพลงจนหยาบโลน 1609 01:26:00,369 --> 01:26:05,457 "โอ้ พวกมึง ไอ้สารเลว จะได้เห็นแสงตะวันห่าเหวเหรอ" 1610 01:26:06,124 --> 01:26:07,793 เขาโกรธมาก 1611 01:26:07,876 --> 01:26:08,877 (เออร์นี่ แอนเดอร์สัน - โปรโมเตอร์) 1612 01:26:08,961 --> 01:26:11,088 เขาพูดอะไรไปเยอะ 1613 01:26:11,171 --> 01:26:15,843 เรื่องหนึ่งก็เช่น "ส่วนออร์วัล ฟอบัส มันก็แค่เด็กไร่โง่ๆ" 1614 01:26:15,926 --> 01:26:17,678 ฉันว่าน่าขายหน้าจริงๆ 1615 01:26:17,761 --> 01:26:21,473 ที่คนเราต้องตลบแตลงตีสองหน้า 1616 01:26:21,557 --> 01:26:23,433 หมายถึงผู้ว่าฯ นั่น 1617 01:26:23,517 --> 01:26:24,935 กล้าท้าพนันเลย 1618 01:26:25,018 --> 01:26:27,896 มันก็จ้างแม่นมผิวสีแก่ๆ เลี้ยงลูกให้ 1619 01:26:27,980 --> 01:26:32,109 ประเทศชาตินี้ ช่างหลงผิด เลือดเย็น 1620 01:26:32,192 --> 01:26:33,819 แค่ตามข่าวก็อับอายแล้ว 1621 01:26:33,902 --> 01:26:34,903 พวกเขาทนไม่ได้ 1622 01:26:34,987 --> 01:26:36,989 ตกกลางคืนพวกนั้นหลับตาลงได้ยังไง 1623 01:26:37,072 --> 01:26:39,074 เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง 1624 01:26:39,157 --> 01:26:42,160 เด็กๆ แค่ทำตามที่พ่อแม่สอน 1625 01:26:43,161 --> 01:26:44,496 เด็กๆ ไม่ทำเองหรอกถ้า… 1626 01:26:45,497 --> 01:26:48,333 หมายถึงพวกคนผิวสีนะ พวกเราสุดท้ายแล้ว 1627 01:26:48,417 --> 01:26:52,171 ผมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม แต่พวกเราน่ะ… 1628 01:26:52,254 --> 01:26:54,548 เราทุ่มเทหัวใจกับทุกอย่าง 1629 01:26:54,631 --> 01:26:56,884 เพราะเราแค่ทำเพื่อประเทศของเรา 1630 01:26:57,718 --> 01:27:01,054 ทุกคนตกตะลึง เมื่อหลุยส์พูดออกสื่อ 1631 01:27:01,138 --> 01:27:05,392 แต่เขาแสดงความเห็นแบบนั้นในที่ลับ มาตลอดทั้งชีวิต 1632 01:27:05,475 --> 01:27:10,856 เขารู้เรื่องการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองเป็นอย่างดี 1633 01:27:11,356 --> 01:27:12,524 (ลูซิลล์ อาร์มสตรอง - ภรรยา) 1634 01:27:12,608 --> 01:27:14,067 เขาหัวเสีย เอาชื่อเสียงตัวเองไปเสี่ยง 1635 01:27:14,151 --> 01:27:17,821 แน่นอนค่ะ เขาได้รับความเห็นที่แย่มากๆ 1636 01:27:17,905 --> 01:27:21,074 จากผู้นำทางการเมือง หลังจากแถลงการณ์ชิ้นนี้ออกไป 1637 01:27:21,158 --> 01:27:24,161 คือว่า… คนไปสัมภาษณ์อดัม เคลย์ตัน พาวเวลล์ 1638 01:27:24,244 --> 01:27:25,996 คนไปสัมภาษณ์แซมมี่ เดวิส 1639 01:27:26,079 --> 01:27:27,539 พวกนั้นทำเมินป๋า 1640 01:27:28,040 --> 01:27:30,876 เพราะหาว่าเขาเป็นนักดนตรี เขาไม่รู้เรื่อง 1641 01:27:30,959 --> 01:27:32,836 หลุยส์เป็นคนประเภทนั้น 1642 01:27:32,920 --> 01:27:34,213 เขาจะไม่พูดเลย 1643 01:27:34,296 --> 01:27:35,339 แต่เวลาเขาโกรธ 1644 01:27:35,422 --> 01:27:38,091 เขาพูดหมดเปลือกตามที่คิดอยู่ในใจ 1645 01:27:38,175 --> 01:27:39,259 (อัล โคเบตต์ - เพื่อนของหลุยส์) 1646 01:27:39,343 --> 01:27:41,803 ดูเหมือนทำเนียบขาวกำลังรอ 1647 01:27:41,887 --> 01:27:44,097 ให้คนดังๆ ออกมาพูด 1648 01:27:44,181 --> 01:27:46,308 หลุยส์แถลงการวันนี้ 1649 01:27:46,391 --> 01:27:48,727 เช้าวันถัดมา กองทัพก็ไปถึงลิตเติ้ลร็อค 1650 01:27:48,810 --> 01:27:52,898 หลังจากเขาแถลง เขาก็ส่งโทรเลขไปหาปธน.ไอเซนฮาวร์ 1651 01:27:52,981 --> 01:27:56,151 บอกว่า "ถ้าท่านไปพร้อมทหาร ผมจะไปด้วย" 1652 01:27:57,277 --> 01:27:58,987 เรื่องนั้นคนไม่ค่อยรู้กัน 1653 01:28:00,030 --> 01:28:01,949 อ๋อ มันตลกตรงนี้ 1654 01:28:02,032 --> 01:28:05,452 ไม่มีใครเข้าใจป๋าจริงๆ ซึ่งก็น่าเสียดาย 1655 01:28:05,536 --> 01:28:08,080 ความรู้สึกเขารุนแรงมาก เขารู้สึกจริงๆ 1656 01:28:08,580 --> 01:28:10,582 ศาสดาย่อมไร้เกียรติในประเทศของตน 1657 01:28:10,666 --> 01:28:11,959 ใช่เลย 1658 01:28:12,626 --> 01:28:14,211 ใช่ 1659 01:28:14,294 --> 01:28:15,295 เยี่ยม 1660 01:28:15,838 --> 01:28:18,465 ขออีกรอบนะหลุยส์ พูดว่า… 1661 01:28:18,549 --> 01:28:20,926 ปล่อยเรามีเสรี 1662 01:28:21,009 --> 01:28:22,469 - ผมด้วยเหรอ - เรา… ไม่ 1663 01:28:22,553 --> 01:28:23,595 ตอนเขาผ่านมา… 1664 01:28:23,679 --> 01:28:25,138 ปล่อยเรามีเสรี 1665 01:28:25,222 --> 01:28:30,102 เขาว่าข้าเหมือนพระเจ้า 1666 01:28:30,185 --> 01:28:34,314 สร้างมาดังภาพเหมือนพระองค์ท่าน 1667 01:28:34,398 --> 01:28:37,734 พระเจ้าข้า หรือท่านจะผิวดำ 1668 01:28:37,818 --> 01:28:40,195 พระเจ้าข้า 1669 01:28:40,863 --> 01:28:42,072 (แดน มอร์เกนสเติร์น นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส) 1670 01:28:42,155 --> 01:28:45,367 "เรียลแอมบาสซาเดอร์ส" ตั้งใจสร้างมาเป็นละครเพลง 1671 01:28:45,450 --> 01:28:49,454 แต่น่าเสียดายที่ไปไม่ถึงบรอดเวย์ 1672 01:28:50,247 --> 01:28:52,416 เรื่องมีอยู่ว่า 1673 01:28:52,499 --> 01:28:57,462 แจ๊สเป็นตัวแทนอเมริกาอย่างพิเศษลึกซึ้ง 1674 01:28:57,546 --> 01:29:02,134 และนักดนตรีแจ๊สเป็นทูตสันถวไมตรีตัวจริง 1675 01:29:02,217 --> 01:29:05,137 ไม่ใช่นักการเมืองหรือนักปาฐกถา 1676 01:29:05,220 --> 01:29:07,931 ได้หรือไม่ 1677 01:29:08,015 --> 01:29:09,558 ฮัลเลลูยาห์ 1678 01:29:09,641 --> 01:29:11,602 เขาร้องทุกเพลงด้วยอารมณ์เดียวกัน 1679 01:29:11,685 --> 01:29:12,561 (วินตัน มาร์ซาลิส) 1680 01:29:12,644 --> 01:29:14,646 เขาเข้าใจอารมณ์มนุษย์ เนื้อเพลงทุกประเภท 1681 01:29:14,730 --> 01:29:16,607 เขานำมาผสมผสานเข้ากันได้ 1682 01:29:16,690 --> 01:29:19,443 ความเข้าอกเข้าใจ เหมือนกับ… เรื่องทางจิตวิญญาณ 1683 01:29:19,526 --> 01:29:21,904 เป็นปัญญาลึกซึ้งและหยั่งรู้ 1684 01:29:21,987 --> 01:29:26,575 พระเจ้าเฝ้ามองปฐพี 1685 01:29:27,159 --> 01:29:29,244 อารมณ์ของแจ๊สซึ่งเรียบง่ายกระทบใจ 1686 01:29:29,328 --> 01:29:31,288 ทำลายสิ่งกีดขวางทั้งหมด 1687 01:29:31,371 --> 01:29:33,999 หลุยส์ อาร์มสตรองเป็นหนึ่งในบุคคลพิเศษ 1688 01:29:34,082 --> 01:29:35,751 เป็นทูตสันถวไมตรีที่เดินทางไปทั่ว 1689 01:29:35,834 --> 01:29:37,878 คงเรียกได้ว่าเขาเป็นทูตอเมริกันถือแตร 1690 01:29:38,462 --> 01:29:41,715 ฉันเป็นทูตสันถวไมตรี 1691 01:29:42,508 --> 01:29:47,346 ถูกส่งมาแทนที่จากรัฐบาล 1692 01:29:47,429 --> 01:29:49,473 ทำได้แค่เล่นเพลงบลูส์ 1693 01:29:49,556 --> 01:29:51,308 เออ แจ็ค ผมว่าคุณเข้าใจผิด 1694 01:29:51,391 --> 01:29:53,101 ที่ว่าผมเป็นทูต 1695 01:29:53,185 --> 01:29:56,104 ผมว่าแจ๊สต่างหากเป็นทูต 1696 01:29:56,188 --> 01:30:00,150 ผมเป็นคนส่งสารไปถึงที่หมาย 1697 01:30:00,817 --> 01:30:03,654 แต่แจ๊สทำหน้าที่ทุกอย่าง 1698 01:30:03,737 --> 01:30:07,658 ผมกับแตรเดินทางจากสวีเดนไปสเปน 1699 01:30:07,741 --> 01:30:10,118 ตอนไปเล่นที่เบอร์ลิน 1700 01:30:10,202 --> 01:30:13,497 คนดูมากมายโดดข้ามกำแพงเบอร์ลิน มาฟังซาชโม 1701 01:30:15,541 --> 01:30:17,960 นั่นแหละ เครื่องพิสูจน์ว่าดนตรียิ่งใหญ่ กว่าประเทศชาติ 1702 01:30:18,752 --> 01:30:20,754 ผมไม่ค่อยรู้เรื่องการเมือง 1703 01:30:20,838 --> 01:30:23,090 แต่รู้ว่าคนต่างชาติเหล่านี้ 1704 01:30:23,173 --> 01:30:25,884 ได้ยินเรื่องสารพัดเกี่ยวกับอเมริกา 1705 01:30:26,593 --> 01:30:28,929 บ้างก็ดี บ้างก็ร้าย 1706 01:30:29,012 --> 01:30:31,723 ผมแน่ใจว่าสิ่งที่ออกมาจากแตรนี้ 1707 01:30:31,807 --> 01:30:34,434 ทำให้พวกเขารู้สึกดีกับเรามากขึ้น 1708 01:30:35,561 --> 01:30:39,064 ที่แน่ๆ เลย พวกเขารู้ว่าทรัมเป็ตไม่ใช่ปืนใหญ่ 1709 01:30:41,066 --> 01:30:44,319 ต้องมีทางเป็นไปได้ให้ผู้บริโภคอเมริกันทุกสีผิว 1710 01:30:44,403 --> 01:30:45,988 (ประธานาธิบดีคนที่ 35 จอห์น เอฟ. เคนเนดี้) 1711 01:30:46,071 --> 01:30:49,825 ได้รับการบริการเท่าเทียมในที่สาธารณะ 1712 01:30:50,325 --> 01:30:54,580 เช่นโรงแรม ภัตตาคาร โรงละคร ร้านขายของ 1713 01:30:55,330 --> 01:30:59,376 โดยไม่ถูกบีบให้ต้องเดินประท้วงบนถนน 1714 01:30:59,459 --> 01:31:01,253 พอกลับสหรัฐฯ แล้ว 1715 01:31:01,336 --> 01:31:05,048 คุณตั้งใจร่วมขบวนต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง มากขึ้นไหมครับ 1716 01:31:05,132 --> 01:31:10,470 มีนักการเมืองหรือคนอื่นๆ ดูแลเรื่องนั้นอยู่แล้ว 1717 01:31:10,554 --> 01:31:16,768 ผมทำได้เต็มที่แค่บริจาคเงินสนับสนุน 1718 01:31:16,852 --> 01:31:18,145 นั่นแหละหน้าที่ผม 1719 01:31:18,812 --> 01:31:22,608 ผมทำเต็มที่ได้แค่นั้น 1720 01:31:22,691 --> 01:31:25,235 หมายถึงคนขาวน่ะ 1721 01:31:25,319 --> 01:31:28,405 พวกเขาเป็นแฟนตัวยงของผมทั่วทางใต้ 1722 01:31:28,488 --> 01:31:32,409 เราเข้าพักในโรงแรมสุดหรู พวกเขาต้อนรับเราดีที่สุด 1723 01:31:32,492 --> 01:31:38,165 ผู้ฟังกลุ่มใหญ่ที่สุดของผม คือประชาชนทั้งสหรัฐฯ 1724 01:31:38,665 --> 01:31:41,251 ผมจึงทำร้ายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ 1725 01:31:42,085 --> 01:31:47,716 แต่ผมไม่ได้เพิกเฉยต่อการประท้วง และเรื่องใดๆ ก็ตาม 1726 01:31:47,799 --> 01:31:52,095 ผมแค่ทำหน้าที่เล็กๆ ด้วยการบริจาค 1727 01:31:52,804 --> 01:31:55,265 ซึ่งบางคนไม่ทำกัน แต่ผมทำ 1728 01:31:55,349 --> 01:31:57,643 เข้าใจไหมนี่ ใช่แล้ว 1729 01:32:00,020 --> 01:32:01,730 (จดหมายจากอาร์มสตรอง ปี 1964 อ่านโดยนาส) 1730 01:32:01,813 --> 01:32:04,274 "ถ้าฉันออกไปถือป้ายเดินประท้วง 1731 01:32:04,358 --> 01:32:05,776 คงโดนต่อยปาก 1732 01:32:05,859 --> 01:32:06,944 พอกันที 1733 01:32:07,027 --> 01:32:10,072 คนเป่าทรัมเป็ตโดนต่อยปาก มันจบเลยนะ 1734 01:32:10,614 --> 01:32:14,368 ถ้าคนไม่เข้าใจ ฉันก็ขอโทษด้วยจริงๆ 1735 01:32:14,451 --> 01:32:17,996 ถ้าเขาไม่พอใจที่ฉันบริจาคเงิน แทนที่จะออกไปประท้วง… 1736 01:32:19,164 --> 01:32:21,375 เออ ใครจะคิดยังไงก็ตามใจ 1737 01:32:22,084 --> 01:32:25,796 แต่ฉันช่วยวิธีนี้ และยังทำมาหากินต่อไปได้ 1738 01:32:25,879 --> 01:32:29,633 ขออย่าลากฉันไปยุ่งเรื่องนี้ ฉันจะทำหน้าที่ตัวเองไป 1739 01:32:29,716 --> 01:32:33,554 ฉันเป็นคนใต้นะพ่อ คนที่นั่นไม่ยอม 1740 01:32:33,637 --> 01:32:35,556 ไม่มีทางให้เราลืมสีผิวของเราเด็ดขาด 1741 01:32:35,639 --> 01:32:38,267 แม่ฉันตกระกำลำบากเกือบตายที่นั่น 1742 01:32:38,350 --> 01:32:40,519 ยายเคยน้ำตาคลอเบ้า 1743 01:32:40,602 --> 01:32:43,689 เวลาเล่าเรื่องคนโดนแขวนคอ กับเรื่องบ้าบอพรรค์นั้น 1744 01:32:43,772 --> 01:32:48,026 ฉันเองยังเคยเห็นภาพชวนขนหัวลุกมาแล้ว 1745 01:32:48,735 --> 01:32:53,115 แต่ฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากหายใจ เอาชีวิตตัวเองให้รอดต่อไป" 1746 01:32:53,699 --> 01:32:56,994 หลุยส์ คุณน้ำหนักลดไปกี่กิโล คุณผอมซูบเลย 1747 01:32:57,494 --> 01:32:59,663 เอ่อ ไม่รู้สิ 1748 01:32:59,746 --> 01:33:03,250 น่าจะ 18 หรือ 20 กิโลได้มั้ง ในสองสามเดือน 1749 01:33:03,333 --> 01:33:05,794 ไม่ได้เครียดอะไรน่ะ… 1750 01:33:05,878 --> 01:33:07,671 แล้วคุณทำยังไงกับเสื้อผ้าคะ 1751 01:33:07,754 --> 01:33:10,299 กำจัดทิ้งสิ ยินดีเลยล่ะ 1752 01:33:10,382 --> 01:33:12,467 วัดตัวแค่รอบเดียว 1753 01:33:12,551 --> 01:33:15,012 ผมไปวัดตัวมา แล้วเสื้อผ้ายังหลวม 1754 01:33:15,095 --> 01:33:16,096 ก็แค่นั้น 1755 01:33:17,973 --> 01:33:19,725 คุณอาร์มสตรอง ใครๆ ก็เรียกคุณว่าหลุยส์ 1756 01:33:19,808 --> 01:33:21,268 - ผมขอเรียกบ้างนะครับ - ได้สิ 1757 01:33:21,351 --> 01:33:24,146 สองสามปีมานี้คุณป่วยหนัก ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง 1758 01:33:24,229 --> 01:33:28,317 ดีขึ้นแล้วละ เหมือนที่คนโบราณว่า… 1759 01:33:28,400 --> 01:33:29,776 "ที่แล้วมาก็ให้มันแล้วไป" 1760 01:33:29,860 --> 01:33:32,070 คุณเข้าห้องไอซียูสองครั้ง 1761 01:33:32,154 --> 01:33:33,363 สองครั้ง ใช่ๆ 1762 01:33:33,447 --> 01:33:35,657 คุณคิดว่าชีวิตใกล้จะจบลงหรือยัง 1763 01:33:35,741 --> 01:33:38,660 คนเข้าห้องไอซียูสองหน 1764 01:33:38,744 --> 01:33:40,704 ได้จ้องหน้าเทวทูตกาเบรียล 1765 01:33:40,787 --> 01:33:41,788 ท่านเรียกตัวผม 1766 01:33:41,872 --> 01:33:43,832 ท่านชวนไปเป่าแตรด้วยกัน 1767 01:33:45,250 --> 01:33:48,420 แต่ผมบอก "ไม่ได้ครับท่าน สหภาพแรงงานท่านยังไม่เรียบร้อยดี 1768 01:33:48,504 --> 01:33:49,630 ผมรอก่อนดีกว่า" 1769 01:33:51,965 --> 01:33:54,718 ผมรักษาที่โรงพยาบาลเบธอิสราเอล 1770 01:33:54,801 --> 01:33:58,430 โห ได้จดหมายเป็นลังๆ 1771 01:33:58,514 --> 01:34:01,016 จากทั่วทุกมุมโลก 1772 01:34:01,099 --> 01:34:05,854 "สู้เขา ซาช ลุกจากเตียงมาเป่าแตร เรารอคุณอยู่นะ" 1773 01:34:06,772 --> 01:34:09,233 สวัสดีครับหลุยส์ นี่เอนริโก 1774 01:34:09,316 --> 01:34:11,151 (จดหมายเสียงจากเอนริโก โทมาสโซ) 1775 01:34:11,235 --> 01:34:16,156 ผมขอให้คุณหายไวๆ เราทุกคนสวดภาวนาให้คุณ 1776 01:34:16,240 --> 01:34:19,034 คุณคิดว่าจะเป่าแตรได้อีกกี่ปี 1777 01:34:19,117 --> 01:34:21,078 เอ้า ผมเป่ามาทั้งชีวิต 1778 01:34:21,161 --> 01:34:23,205 มันเป็นงั้นน่ะนะ 1779 01:34:23,288 --> 01:34:28,627 ต่อให้เปลี่ยนมาสอนเด็ก ผมก็จะยังอยู่กับดนตรีตลอดไป 1780 01:34:28,710 --> 01:34:32,089 ซาชโม คุณไปมาทั่วและทำมาหมดแล้ว 1781 01:34:32,172 --> 01:34:34,883 มีอะไรที่ยังไม่เคยทำและอยากทำบ้างไหม 1782 01:34:34,967 --> 01:34:38,720 มีสิ อยากมีชีวิตต่อไป มันยังไม่สิ้นสุด 1783 01:34:42,015 --> 01:34:44,184 เห็นต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี 1784 01:34:46,937 --> 01:34:50,065 กุหลาบแดงเหล่านี้ก็เช่นกัน 1785 01:34:50,148 --> 01:34:55,988 เห็นมันแบ่งบานเพื่อเธอกับฉัน 1786 01:34:56,655 --> 01:35:00,325 ไพล่เผลอคิดรำพัน 1787 01:35:02,077 --> 01:35:06,456 โลกนี้ช่างมหัศจรรย์นัก 1788 01:35:10,377 --> 01:35:14,131 เห็นนภางามสดใส 1789 01:35:14,214 --> 01:35:18,468 คนเป็นล้านๆ ชื่นชอบเพลงนั้น เหมือนที่ผมรู้สึกกับมัน 1790 01:35:19,178 --> 01:35:23,557 เพราะเพลง "Wonderful World" มีความหมายกินใจ 1791 01:35:23,640 --> 01:35:29,188 ชวนให้นึกถึงแถวบ้าน ตอนผมอยู่โคโรนา นิวยอร์ก 1792 01:35:29,771 --> 01:35:32,774 ผมกับลูซิลล์ ตั้งแต่แต่งงานกัน 1793 01:35:32,858 --> 01:35:35,986 เราอยู่ที่นั่นมาตลอด 1794 01:35:36,069 --> 01:35:39,823 คนแถวนั้นก็มีบ้านเล็กๆ เหมือนเรา 1795 01:35:39,907 --> 01:35:41,992 เหมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวเดียว 1796 01:35:42,075 --> 01:35:45,579 ผมเห็นคนสามรุ่นโตมาในแถบนั้น 1797 01:35:45,662 --> 01:35:46,872 ผมจึงพูดได้ว่า 1798 01:35:46,955 --> 01:35:52,336 ยินเสียงทารกร้องไห้ 1799 01:35:52,419 --> 01:35:55,923 ได้เห็นเขาเติบใหญ่ 1800 01:35:56,006 --> 01:36:01,970 เขาจะเรียนรู้มากมาย มากกว่าที่เรารู้ 1801 01:36:02,721 --> 01:36:05,766 ไพล่เผลอคิดรำพัน 1802 01:36:07,809 --> 01:36:12,523 โลกนี้ช่างมหัศจรรย์นัก 1803 01:36:15,359 --> 01:36:22,366 ใช่ ฉันคิดรำพัน 1804 01:36:23,659 --> 01:36:30,666 โลกนี้ช่างมหัศจรรย์นัก 1805 01:36:33,752 --> 01:36:38,882 หมอแวะมาฟังฉันเป่าแตร และพึงพอใจมาก 1806 01:36:38,966 --> 01:36:42,261 หมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด 1807 01:36:42,344 --> 01:36:46,932 ดูว่าเป่าแล้วกระทบหัวใจไหม 1808 01:36:47,015 --> 01:36:48,475 แล้วจังหวะ… 1809 01:36:48,559 --> 01:36:50,769 (อาร์มสตรองกับทรัมเป็ตทอง คืนบัลลังก์ยิ่งใหญ่) 1810 01:36:50,853 --> 01:36:52,521 เต้นเป็นปกติดี 1811 01:36:52,604 --> 01:36:54,565 ใช่ 1812 01:36:54,648 --> 01:36:55,774 (ปี 1970) 1813 01:36:55,858 --> 01:36:59,653 แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู 1814 01:37:00,153 --> 01:37:04,449 แฮปปี้เบิร์ธเดย์ หลุยส์ที่รัก 1815 01:37:05,075 --> 01:37:10,372 แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู 1816 01:37:10,455 --> 01:37:14,126 ทั้งหมดนี้ 70 ขั้น 1817 01:37:15,252 --> 01:37:17,379 อีกสิบขั้น ผมจะถึงสวรรค์ 1818 01:37:20,132 --> 01:37:21,967 ฉันเคยคิดว่า 1819 01:37:22,050 --> 01:37:24,803 สักวันหนึ่ง หลุยส์จะตายคาเวที 1820 01:37:25,387 --> 01:37:28,348 ฉันไม่ได้รู้สึกแย่อะไรถ้าเขาต้องจากไป ฉันคิดว่า 1821 01:37:28,432 --> 01:37:30,767 "ไม่มีทางจากไปที่ดีกว่า ไปขณะกำลังทำสิ่งที่เรารัก" 1822 01:37:39,276 --> 01:37:40,277 (ซาชโมกลับบ้านเก่า) 1823 01:37:40,360 --> 01:37:41,570 (เลนนาร์ด เฟเธอร์ - นักเปียโนแจ๊ส) 1824 01:37:41,653 --> 01:37:44,239 พวกเรามากมายจะดีใจมาก ถ้าได้ประสบความสำเร็จ 1825 01:37:44,323 --> 01:37:46,867 ในระดับที่เขาทำ ในแบบที่เราตั้งใจแต่แรก 1826 01:37:47,659 --> 01:37:50,746 เขามีทุกอย่างครบถ้วน แต่ที่สำคัญกว่านั้น 1827 01:37:50,829 --> 01:37:54,499 เขาได้รับการยกย่องนับถือ และความรักจากคนหลายล้าน 1828 01:37:54,583 --> 01:37:57,836 คนเป็นล้านๆ ทั่วโลก 1829 01:37:58,420 --> 01:38:00,214 เราจะหวังอะไรมากไปกว่านี้อีก 1830 01:38:01,215 --> 01:38:06,512 คืนที่หลุยส์จากไป ฉันไม่รู้เลย ผู้ชายคนนี้… 1831 01:38:06,595 --> 01:38:08,680 เขาผิดหวัง… เขาฟื้นตัวได้ดีอยู่แล้วเชียว 1832 01:38:08,764 --> 01:38:10,307 ฉันตกใจมาก 1833 01:38:10,390 --> 01:38:12,518 แล้วเขาก็บอกฉันว่า "เธอ ฉันรู้สึกดีนะ" 1834 01:38:12,601 --> 01:38:14,478 เขาบอก "เธอ ฉันต้องกลับไปทำงาน" 1835 01:38:14,561 --> 01:38:20,359 อารมณ์ของหลุยส์เป็นอย่างนั้น ในคืนวันที่ 5 กรกฎาคม ปี 1971 1836 01:38:20,442 --> 01:38:21,693 (เทปม้วนสุดท้ายจากป๋า) 1837 01:38:21,777 --> 01:38:23,820 (5 ก.ค. 1971) 1838 01:38:24,404 --> 01:38:25,739 (เพลง "April in Paris") 1839 01:38:25,822 --> 01:38:29,910 (เพลงสุดท้ายที่หลุยส์ฟังในคืนสิ้นใจ) 1840 01:39:06,321 --> 01:39:09,199 ดนตรี ทำให้หลุยส์ ซาชโม อาร์มสตรอง มีชีวิต 1841 01:39:09,283 --> 01:39:10,742 ตลอด 71 ปี 1842 01:39:10,826 --> 01:39:14,454 จนกระทั่งเช้าวันที่เขาหลับไปอย่างสงบ ในบ้านของเขาที่นิวยอร์ก 1843 01:39:14,538 --> 01:39:18,000 เขาต่อสู้กับโรคหัวใจและโรคตับมาหลายปี 1844 01:39:18,083 --> 01:39:19,418 (วอลเตอร์ ครอนไคท์ - ผู้ประกาศข่าว) 1845 01:39:19,501 --> 01:39:21,503 เราจะไม่ขอกล่าวอำลาหลุยส์ในคืนนี้ 1846 01:39:21,587 --> 01:39:23,255 เพราะดนตรีไม่เคยตายไปพร้อมกับผู้สร้าง 1847 01:39:23,338 --> 01:39:24,965 ไม่ใช่ดนตรีของชายคนนี้อย่างแน่นอน 1848 01:39:25,048 --> 01:39:27,926 เราอาจทำได้เพียงเดา วิธีเล่นเปียโนของบีโธเฟน 1849 01:39:28,010 --> 01:39:30,512 หรือการคุมวงออร์เคสตร้าของโมสาร์ท 1850 01:39:30,596 --> 01:39:34,641 แต่เสียงร้อง การเล่น หรือแม้แต่คำพูดเรียบง่ายของหลุยส์ 1851 01:39:34,725 --> 01:39:37,311 จะคงอยู่ตลอดไป ตราบเท่าที่มีผู้ฟัง 1852 01:39:38,187 --> 01:39:41,690 เขาเป็นศิลปินชั้นเลิศ และเป็นคนจิตใจดีมาก 1853 01:39:42,524 --> 01:39:45,527 ไม่เคยถือตัว เป็นเพื่อนบ้านที่ดี 1854 01:39:46,945 --> 01:39:50,073 เขาเป็นคนธรรมดา ชอบพบปะสังสรรค์ 1855 01:39:50,157 --> 01:39:54,411 เขาเป็นเพื่อนมากกว่าคนดังในย่านนั้น 1856 01:40:03,045 --> 01:40:05,130 บ๊อบบี้ แฮคเกตต์ คุณเรียนอะไรจากเขาไหม 1857 01:40:05,923 --> 01:40:08,634 ป๋าเป็นอมตะสำหรับผม 1858 01:40:09,218 --> 01:40:11,887 ความจริงก็คือ เขาจะไม่มีวันตาย 1859 01:40:12,471 --> 01:40:16,183 ผลงานที่เขาฝากไว้จะมีคนฟังและชื่นชมทั้งโลก 1860 01:40:16,266 --> 01:40:17,893 (บ๊อบบี้ แฮคเกตต์ - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 1861 01:40:17,976 --> 01:40:21,021 และเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีให้เรารักเพื่อนบ้าน 1862 01:40:21,104 --> 01:40:23,023 และเลิกทำอะไรไร้สาระ 1863 01:40:23,106 --> 01:40:24,149 (วินตัน มาร์ซาลิส - นักดนตรีแจ๊สทรัมเป็ต) 1864 01:40:24,233 --> 01:40:26,026 เขาเป็นที่รัก 1865 01:40:26,109 --> 01:40:28,862 อย่างลึกซึ้งหนักแน่นเสียจนวัดไม่ได้ 1866 01:40:28,946 --> 01:40:30,948 นั่นเป็นเพราะเขาจับใจผู้คน 1867 01:40:49,800 --> 01:40:55,138 เอาละทุกท่าน นี่ชีวิตผม ผมดื่มด่ำกับมันทุกด้าน 1868 01:40:55,722 --> 01:40:56,807 จริงๆ 1869 01:40:57,432 --> 01:40:59,518 ไม่รู้สึกละอายแต่อย่างใด 1870 01:41:00,310 --> 01:41:06,233 ผมใช้ชีวิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหลบซ่อน 1871 01:41:07,025 --> 01:41:10,612 ลาก่อน รักไม่น้อย 1872 01:41:11,530 --> 01:41:17,578 ด้วยวิญญาณอิ่มเอม ซาชโม หลุยส์ อาร์มสตรอง 1873 01:41:22,040 --> 01:41:24,334 เพลงนี้เป็นเพลงที่อยากร้องให้ฟัง 1874 01:41:24,418 --> 01:41:28,338 มันบอกเล่าเรื่องราวชีวิตผมเยอะเลย 1875 01:41:28,422 --> 01:41:30,340 เล่าไม่หมดหรอกนะ 1876 01:41:30,424 --> 01:41:32,509 แต่พอจะสรุปคร่าวๆ 1877 01:41:47,816 --> 01:41:54,031 เมื่อแรกเกิด สมัยก่อน 1878 01:41:56,950 --> 01:42:01,997 สี่กรกฎา ปีพันเก้าร้อย 1879 01:42:04,458 --> 01:42:11,089 เกิดท้ายเมืองในตรอกเจมส์แอลลีย์ 1880 01:42:13,175 --> 01:42:18,889 เด็กนิวออร์ลีนส์คนนี้ 1881 01:42:20,516 --> 01:42:27,231 ย่างเข้าห้าขวบ อายุยังน้อย 1882 01:42:29,691 --> 01:42:34,905 ชอบเที่ยวแรมพาร์ท เข้าออกซอกซอย 1883 01:42:36,949 --> 01:42:43,330 เมื่อนั้นได้ยิน พ่อคิงโอลิเวอร์ 1884 01:42:45,374 --> 01:42:51,255 เป่าแจ๊สจากนิวออร์ลีนส์ 1885 01:42:52,881 --> 01:42:56,677 ทุกท่าน ตลอดหลายปีมานี้ 1886 01:42:59,221 --> 01:43:00,973 ผมสนุกมาก 1887 01:43:05,352 --> 01:43:07,312 โอ ขอบคุณพระเจ้า 1888 01:43:09,940 --> 01:43:11,692 ขอบคุณทุกท่านด้วย 1889 01:43:14,611 --> 01:43:18,240 ช่างมีน้ำใจ 1890 01:43:19,783 --> 01:43:23,537 ต่อลุงซาชโม 1891 01:43:24,496 --> 01:43:26,373 เขาหล่อเฟี้ยวเลยไหมล่ะ 1892 01:43:27,332 --> 01:43:34,339 เด็กนิวออร์ลีนส์คนนี้ 1893 01:46:01,570 --> 01:46:03,572 คำบรรยายโดย ศันสนีย์ โอบอ้อม